ซงเกา ขนมโบราณที่สร้างสรรค์
ขนมแฮนด์เมดซงเกา (鬆糕) ขนมโบราณอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของตลาดหนานเหมินในกรุงไทเป ที่ได้รับสมญานามว่า “ครัวของคนต่างมณฑล” (ชาวจีนจากมณฑลอื่นของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในไต้หวัน ในช่วงปี ค.ศ. 1945–1991)
เมื่อเสียง “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ซึ่งเป็นเสียงเคาะแม่พิมพ์ขนม ดังขึ้นอย่างมีจังหวะจะโคน ก็หมายถึงขนมซงเกาสีขาวออกจากเตาแล้ว พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของข้าว และไส้ขนม ลอยตามออกมาด้วย นี่คือเสียงแห่งความทรงจำร่วมกันของลูกค้าประจำตลาดหนานเหมิน ปัจจุบันเสียงที่แว่วออกมาจากร้าน Hoshing 1947 ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ให้หยุดดูที่หน้าร้านด้วยความสนใจใคร่รู้
“นี่คืออะไร?” ลูกค้าหลายคนถามด้วยประโยคนี้ แสดงให้เห็นว่า คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จักขนมซงเกา เริ่นเจียหลุน (任佳倫) ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านขนม Hoshing กับเจิ้งข้วงโย่ว (鄭匡佑) สองสามีภรรยา ได้ร่วมกันก่อตั้งร้าน Hoshing 1947 ขึ้นในย่านการค้าตี๋ฮั่วเจีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้คนในยุคปัจจุบัน ได้ทำความรู้จักกับขนมซงเกากันใหม่
จากแนวคิดที่ต้องการสร้างสรรค์รูปลักษณ์ใหม่ให้แก่ขนมโบราณ ซึ่งสอดรับกับบรรยากาศแห่งการหลอมรวมความเก่ากับความใหม่ เข้าด้วยกันอย่างลงตัวของย่านการค้าตี๋ฮั่วเจีย ไม่ว่าจะเป็นประตูหน้าร้านแขวนม่านประตูสีส้ม ระหว่างชิมขนมซงเกา จะมีไม้จิ้มขนมที่ทำจากไม้ไผ่ให้ด้วย และยังมีด้ายแดงที่เย็บติดบนกล่องของขวัญ เป็นต้นและนี่คือการนำบริบทเก่า ๆ ของย่านต้าเต้าเฉิงมาใช้ในการปรับปรุงรูปโฉมใหม่ให้แก่ขนมซงเกา
สำหรับขนมซงเกาซึ่งเป็นตัวเอก ก็ถูกแต่งองค์ทรงเครื่องและปรับปรุงให้มีขนาดเล็กและประณีต เจิ้งข้วงโย่วเปิดเผยว่า เพื่อวิจัยและพัฒนาเครื่องแกะสลักแม่พิมพ์ขนมซงเกาขนาดจิ๋ว ทั้งคู่ตระเวนไปตามงานมหกรรมอาหารและเครื่องจักรกลต่าง ๆ แต่ก็ต้องผิดหวังกลับมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในการทำแม่พิมพ์ที่ใช้นึ่งขนมซงเกาขนาดเล็กออกมาได้
เคล็ดลับความอร่อยอีกอย่างหนึ่งของขนมซงเกา คือการโม่ข้าวสาร ข้าวเผิงไหลหมี่ที่ผ่านการคัดสรร ถูกนำมาล้างและแช่ไว้ในน้ำ จากนั้นนำไปโม่เป็นผงแล้วนำไปร่อน ก่อนจะเทใส่ในแม่พิมพ์ขนม เพื่อนึ่งออกมาเป็นขนมซงเกา ขนาดของขนมที่เล็กกะทัดรัด คือเคล็ดลับที่ทำให้ขนมซงเกา มีความอ่อนนุ่มละเมียดละไม แต่หลังจากปรับลดขนาดของขนมให้เล็กลงแล้ว กลับเกิดปัญหา คือเนื้อขนมจะแข็งกระด้างเมื่อเย็นตัวลง เจิ้งข้วงโย่วกล่าวว่า “ด้วยเหตุนี้เอง ในระหว่างการร่อน เราจึงต้องมีการปรับขนาดของเม็ดแป้งข้าว ซึ่งทำให้ประสบความสำเร็จในการรักษาความชื้นเอาไว้ได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างสรรค์รสชาติใหม่ ที่มีความหนึบหนับมากขึ้นอีกด้วย”
ภายใต้การสนับสนุนของคุณพ่อเริ่นไถซิง (任台興) ในปี ค.ศ. 2016 สองสามีภรรยาได้บุกเบิกเส้นทางใหม่ให้แก่ขนมโบราณ “การวิจัยและพัฒนารสชาติใหม่ ๆ และการร่วมมือกับธุรกิจประเภทอื่น โดยหวังว่าจะสามารถนำขนมซงเกาไปเผยแพร่ในสถานที่ต่าง ๆ มากขึ้น และเพื่อให้แบรนด์ขนม Hoshing เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้นนั่นเอง” และนี่คือความหวังของเจิ้งข้วงโย่ว

นอกจากงา และถั่วลิสงแล้ว พานเอินผิงยังทดลองทำขนมจอหงวนหลากหลายรสชาติ อาทิ รสช็อกโกแลต ชาเขียวมัทฉะ หรือแม้แต่ข้าวหน้าเนื้อไก่ฉีก ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองเจียอี้ด้วย

เริ่นเจียหลุนกับ เจิ้งข้วงโย่ว สองสามีภรรยานำเครื่องจักรเข้ามาช่วยในการทำขนมซงเกา โดยหวังว่าจะช่วยลดภาระให้แก่เชฟทำขนมที่อายุมากแล้ว เหลือเพียงการเคาะแม่พิมพ์ขนมซงเกาบนโต๊ะ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดใช้แรงงานคน

เริ่นเจียหลุนกับ เจิ้งข้วงโย่ว สองสามีภรรยา นำเครื่องจักรเข้ามาช่วยในการทำขนมซงเกา โดยหวังว่าจะช่วยลดภาระให้แก่เชฟทำขนมที่อายุมากแล้ว เหลือเพียงการเคาะแม่พิมพ์ขนมซงเกาบนโต๊ะ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญเท่านั้น ที่ยังคงยืนหยัดใช้แรงงานคน