ข่าวดีจากตลาดหนังสือนานาชาติ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการการ์ตูนไต้หวัน เริ่มได้รับข่าวดีจากตลาดต่างประเทศเป็นระยะ
ตัวอย่างเช่น เกาเหยียน (高妍) นักวาดการ์ตูนรุ่นใหม่ ที่เริ่มต้นผลงานของเธอ The Song about Green : Gather the Wind ด้วยการตีพิมพ์เองในรูปแบบการ์ตูนสั้น 32 หน้า แต่ด้วยลายเส้นที่ประณีตและเนื้อเรื่องที่ลึกซึ้ง ทำให้ผลงานของเธอเป็นที่เตะตาของฮาโนะ โฮะซุโนะ (細野晴臣) นักดนตรีชื่อดังของญี่ปุ่น และเธอได้รับเชิญให้ร่วมงานในสารคดีของเขาต่อมา ฮารูกิ มูราคามิ (村上春樹) นักเขียนระดับโลก ก็ให้การยอมรับในฝีมือของเธอ และเชิญเธอมาวาดปกหนังสือเล่มใหม่ของเขา Abandoning a Cat : Memories of My Father หลังจากได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม ทำให้เกาเหยียนพัฒนาผลงานของเธอจากเรื่องสั้น ให้กลายเป็นหนังสือการ์ตูนสองเล่มจบ และจัดพิมพ์พร้อมกันทั้งในไต้หวันและญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากเปิดตัว ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และได้รับเลือกโดยผู้อ่านชาวญี่ปุ่นให้ติดอันดับที่ 9 ของการ์ตูนเรื่องนี้สุดยอด! ในหมวดการ์ตูนสำหรับผู้ชาย
สาเหตุที่การ์ตูนไต้หวันสามารถสร้างกระแสในตลาดนานาชาติได้นั้น สามารถอธิบายได้จากโครงสร้างของตลาดการ์ตูนโลก ซึ่งปัจจุบัน ตลาดการ์ตูนระดับนานาชาติ สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ มังงะญี่ปุ่น (Manga) ซึ่งครองตลาดหลักทั้งในไต้หวันและทั่วโลก คอมิกส์อเมริกัน (Comic) ที่มีแนวทางเฉพาะตัว บ็องแด เดสซิเน่ (Bande Dessinée หรือ BD) การ์ตูนฝรั่งเศส-เบลเยียมที่ได้รับความนิยมในยุโรป นอกจากนี้ ยังมีเว็บตูน (Webtoon) จากเกาหลีใต้ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล และกราฟิกโนเวล (Graphic Novel) ซึ่งเน้นความลึกซึ้งของเนื้อหาและศิลปะ เหมาะสำหรับผู้ใหญ่มากกว่าวัยรุ่น ท่ามกลางตลาดเหล่านี้ มังงะญี่ปุ่นยังคงเป็นผู้นำระดับโลก แต่ฝรั่งเศส ซึ่งให้ความสำคัญกับการ์ตูนในฐานะศิลปะแขนงที่เก้า (The Ninth Art) และมีตลาดที่กว้างขวาง กำลังให้ความสนใจกับการ์ตูนจากประเทศอื่นในเอเชียที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นมากขึ้น เนื่องจากการ์ตูนไต้หวันมีคุณภาพที่ใกล้เคียงกับมังงะญี่ปุ่น จึงสามารถใช้โอกาสนี้ ขยายตัวสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในอดีต การ์ตูนไต้หวันเคยได้รับอิทธิพลจากมังงะญี่ปุ่นอย่างมาก จนดูคล้ายกันเกินไป นักวิจัยหลายคนต่างก็เห็นว่า การ์ตูนไต้หวันช่วงยุคทองรุ่นแรก ได้รับอิทธิพลจากมังงะอย่างชัดเจน
อาจารย์หลิวติ้งกัง (劉定綱) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาภาษาไต้หวัน มหาวิทยาลัยครูแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Normal University) ซึ่งมีประสบการณ์วิจัยเกี่ยวกับอนิเมะไต้หวันมาอย่างยาวนาน ได้ชี้ให้เห็นว่า การ์ตูนไต้หวันได้รับอิทธิพลจากมังงะญี่ปุ่นในแง่ของการเล่าเรื่อง โดยเขาอธิบายว่า การ์ตูนไต้หวันให้ความสำคัญกับโครงสร้างในการปูเรื่อง-พัฒนา-หักมุม-สรุป (起承轉合) มักมีการซ่อนเงื่อนงำไว้ล่วงหน้า ทำให้จำเป็นต้องมีการเฉลยเงื่อนงำเหล่านี้ เพื่อคลี่คลายปมต่าง ๆ การดำเนินเรื่องต้องมีตรรกะเชื่อมโยงของเหตุและผล
อย่างไรก็ตาม ก็มิใช่ว่าการ์ตูนไต้หวันจะรับอิทธิพลจากญี่ปุ่นเพียงแห่งเดียว อาจารย์หลิวติ้งกังยังย้ำว่า การ์ตูนไต้หวันได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ตูนยุโรป (BD) ในเรื่องของการสร้างบรรยากาศ และการใส่ใจรายละเอียดด้านศิลปะ ทำให้มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากมังงะญี่ปุ่น
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การ์ตูนไต้หวัน มีเอกลักษณ์แตกต่างจากมังงะญี่ปุ่นและการ์ตูนยุโรป อาจเกิดจากโครงสร้างตลาดภายในประเทศที่ยังไม่เติบโตอย่างเต็มที่ ส่งผลให้สไตล์ของนักวาดไม่มีกรอบที่เป็นเกณฑ์มาตรฐาน หรือไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว ซูเหวยซีสังเกตว่า ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยในไต้หวันได้เปิดสอนหลักสูตรด้านการออกแบบทัศนศิลป์และแอนิเมชันอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้มีบุคลากรสายทัศนศิลป์จำนวนมากเดินเข้าสู่วงการ
นอกจากนี้ นโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมของกองทุนส่งเสริมการ์ตูน ยังช่วยดึงดูดนักเรียนจากสายศิลปะให้เข้าสู่วงการการ์ตูนด้วย เช่น เฉินเพ่ยซิ่ว (陳沛珛) Aim-Tu (艾姆兔) รวมถึง จั่วเซวียน (左萱) 61Chi และเจิงเหย้าชิ่ง (曾耀慶) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน นอกจากนี้ ยังมี อู๋ซื่อหง (吳識鴻) ผู้ได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่จากงานเทศกาลการ์ตูนที่เบลเยียม ที่ต่างก็เป็นศิษย์เก่าจากคณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยครูไต้หวัน เหตุการณ์นี้ชวนให้นึกถึงยุคทองของการ์ตูนไต้หวันก่อนหน้านี้ ซึ่งมีนักวาดการ์ตูนหลายคนที่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนศิลปะฟู่ซิง (復興美工)
โดยสรุปแล้ว ความสามารถในการเล่าเรื่องและการแสดงออกทางศิลปะที่โดดเด่น ถือเป็นสองจุดเด่นที่เห็นได้ชัดของการ์ตูนไต้หวัน ซูเหวยซีมองว่า นักวาดการ์ตูนไต้หวันจะเลือกแนวทางของตนเอง โดยอิงจากเนื้อเรื่องและรสนิยมส่วนตัว ส่งผลให้สามารถสร้างความสมดุล ระหว่างตลาดในเชิงพาณิชย์และการแสวงหาศิลปะ พร้อมกับแสดงถึงอัตลักษณ์ของไต้หวัน ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยให้การ์ตูนไต้หวัน มีที่ยืนบนเวทีระดับนานาชาติ
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
นักวาดการ์ตูนร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบวาดภาพต่อกัน (ภาพจาก TAICCA)