หลายสิ่งมหัศจรรย์ปรากฏขึ้นพร้อมกัน ในปี ค.ศ. 2010
แน่นอนว่าการฟื้นตัวขึ้นและค่อย ๆ ก้าวไปสู่ความเฟื่องฟูของวงการการ์ตูนไต้หวัน ไม่ได้เกิดจากการสนับสนุนของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว
ปี ค.ศ. 2010 มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน หวงเจี้ยนเหอ บรรณาธิการบริหารของ Dala Publishing เปิดประเด็นด้วยประโยคดราม่า ก่อนจะเล่าถึงที่มาและผลกระทบของยุคทองแห่งการ์ตูนไต้หวันในระลอกที่ 3
ไม่ว่าจะเป็นช่วงปี 1966–1989 หรือปี 2000–2010 ซึ่งถือเป็น 2 ยุคมืดของอุตสาหกรรมหนังสือการ์ตูนไต้หวัน การหายไปของหนังสือการ์ตูนไต้หวันค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น แม้ว่า หากมองเพียงผิวเผิน อุตสาหกรรมนี้ดูเหมือนขาดแคลนช่องทางการตีพิมพ์ที่เพียงพอ แต่ความปรารถนาในการเล่าเรื่องของนักเขียนและนักสร้างสรรค์การ์ตูน กลับไม่เคยเลือนหายไป เช่นเดียวกับที่ผู้อ่านไม่เคยจากไปไหน
สิ่งแรกที่สามารถยืนยันข้อความข้างต้นก็คือ กิจกรรมโดจินชิที่สำคัญหลายงานทยอยจัดขึ้นในไต้หวัน ซึ่งเป็นการเลียนแบบมหกรรมโดจินชิของญี่ปุ่น (มหกรรมโดจินชิคือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้แฟนอนิเมะและมังงะได้พบปะแลกเปลี่ยนกัน รวมถึงจำหน่ายมังงะที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นเอง โดยอ้างอิงจากผลงานต้นฉบับและบริภัณฑ์รอบข้าง ซึ่งแตกต่างจากงานนิทรรศการอนิเมะทั่วไป) ไม่ว่าจะเป็นเทศกาล Fancy Frontier (FF) ที่จัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ 2002 หรือมหกรรมหนังสือการ์ตูนไต้หวันโลก (Comic World Taiwan, CWT) ที่จัดขึ้นในปีเดียวกัน โดยปรับเปลี่ยนมาจากมหกรรมหนังสือการ์ตูนโลก (Comic World, CW) ซึ่งจำนวนผู้เข้าร่วมงานทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตามมาด้วย ในปี ค.ศ 2009 ได้มีการเปิดตัวนิตยสารการ์ตูนชื่อ Creative Comic Collection (CCC) และสื่อประชาสัมพันธ์อื่น ๆ เพื่อเผยแพร่เนื้อหาโครงการทรัพยากรดิจิทัล (Digital Resources program) ของ Academia Sinica ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยแห่งชาติของไต้หวัน
นิตยสาร CCC มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมหกรรมการ์ตูนโดจินชิอย่างที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เนื่องจากในขณะนั้น นักเขียนการ์ตูนไต้หวันที่สามารถตีพิมพ์ผลงานผ่านสำนักพิมพ์ในเชิงพาณิชย์มีน้อยมาก เวินฉุนหย่า (溫淳雅) บรรณาธิการ CCC เล่าว่า ในยุคนั้น ทีมบรรณาธิการต้องค้นหานักสร้างสรรค์การ์ตูนที่สามารถร่วมงานกันได้จากงานมหกรรมโดจินชิ
นิตยสาร CCC ซึ่งมีนักเขียนการ์ตูนที่ได้รับความนิยมหรือมีชื่อเสียงโด่งดังหลายคนเข้าร่วม ในช่วงแรก (ฉบับที่ 1–4) ที่ยังไม่ได้เป็นสื่อสิ่งพิมพ์เชิงพาณิชย์ มีการแจกฟรีในงานมหกรรมการ์ตูนโดจินชิของไต้หวัน อย่างงานเทศกาล Fancy Frontier และมหกรรม CWT สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ในขณะนั้น นิตยสาร CCC แต่ละฉบับ ซึ่งจัดพิมพ์ออกมามากถึง 5,000 เล่ม ถูกหยิบไปจนหมดอย่างรวดเร็ว บางคนที่พลาดโอกาสถึงกับยอมควักเงินในกระเป๋าของตนเอง เพียงเพื่อขอให้มีการพิมพ์ซ้ำ และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้นิตยสาร CCC ซึ่งเดิมวางแผนจะตีพิมพ์เพียงฉบับเดียวเท่านั้น ถูกตีพิมพ์ในระยะยาว นอกจากนี้ ด้วยกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในปี ค.ศ. 2012 Academia Sinica จึงได้ทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสิ่งพิมพ์ให้แก่สำนักพิมพ์ Gaea Books เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้นิตยสาร CCC กลายเป็นสื่อสิ่งพิมพ์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ
ซูเหวยซี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารหรือซีอีโอของ Fancy Frontier เล่าถึงเหตุการณ์ข้างต้นว่า ในยุคที่นักเขียนหน้าใหม่แทบไม่มีโอกาสได้เข้าสู่วงการหนังสือการ์ตูนเชิงพาณิชย์ มหกรรมโดจินชิจึงกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะนักเขียนรุ่นใหม่ไปโดยปริยาย ในงานมหกรรมโดจินชิ บรรดานักสร้างสรรค์ผลงานสามารถสร้างสรรค์ ผลิต และจำหน่ายผลงานด้วยตนเอง พร้อมกันนี้ ยังเป็นการฝึกฝนทักษะฝีมือในการวาดการ์ตูนของตนเองไปด้วย ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่เพิ่งเข้าสู่วงการ จะมีประสาทสัมผัสในด้านการตลาดที่ดีเป็นพิเศษ เพราะหากวาดได้ไม่ดี หรือยึดติดกับมุมมองของตัวเองมากเกินไป ก็จะไม่มีใครยอมควักเงินซื้อผลงาน ดังนั้น พวกเขาจึงเข้าใจดีว่า นอกจากยึดมั่นในอุดมคติและรสนิยมของตัวเองแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความชื่นชอบของผู้อ่านด้วย
คุณลักษณะพิเศษนี้ ได้ปูทางไปสู่ยุคทองระลอกใหม่ของการ์ตูนไต้หวัน ที่กำลังมาแรง !

รางวัล Golden Comic Awards ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของวงการการ์ตูนไต้หวัน มีเกียรติยศเทียบเท่ากับรางวัล Golden Horse, Golden Bell และ Golden Melody ในวงการภาพยนตร์ โทรทัศน์ และเพลงของไต้หวัน (ภาพโดย กระทรวงวัฒนธรรม)
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
นิตยสาร Creative Comic Collection (CCC) เป็นตัวเร่งให้เกิดยุคทองระลอกที่ 3 ของหนังสือการ์ตูนไต้หวัน
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
ในงานมหกรรมโดจินชิ มีนักเขียนการ์ตูนชื่อดังมารวมตัวกันมากมาย บรรดานักเขียนที่มีกลุ่มแฟนคลับของตัวเอง หรือเรียกกันว่า นักเขียนที่มียอดวิวสูง ช่วยให้นิตยสาร CCC ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในช่วงแรก (ภาพโดย เทศกาล Fancy Frontier)
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
มหกรรมโดจินชิได้รับความนิยมมากในไต้หวัน และถูกมองว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะนักวาดการ์ตูนที่สำคัญ (ภาพโดย เทศกาล Fancy Frontier)