การวางโครงร่างให้กับภาพของข้าวไต้หวัน
ยังจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน บริษัทข้าวรายใหญ่แห่งหนึ่งได้นำข้าวเวียดนามมาผสมกับข้าวไต้หวัน และนำออกจำหน่ายในราคาถูก เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผย ได้ก่อให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างรุนแรง ทว่ากลับมีบางคนเลือกที่จะทำตรงกันข้าม โดยเน้นการระบุแหล่งผลิตที่ชัดเจน สร้างความร่วมมือกับเกษตรกร ตลอดจนการชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ว่าเป็นข้าวพันธุ์เดี่ยว
เรามาถึงตำบลซีหูในเมืองเหมียวลี่ ซึ่งในช่วงเวลานี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศสดชื่นเย็นสบาย ข้าวที่เพิ่งหว่านไปเมื่อเดือนที่แล้ว กำลังงอกงามอย่างแข็งแรงอยู่กลางทุ่งนา สิ่งที่ผมตั้งใจทำเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก เพียงแค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าข้าวที่พวกเขากินนั้นเป็นพันธุ์อะไร คุณหลินเม่าเซิง (林茂生) ผู้ก่อตั้ง Mao Rice กล่าวด้วยความมุ่งมั่น ขณะยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งนาสีเขียวขจี ที่ทอดตัวไปไกลสุดสายตา
เหตุผลที่ชายหนุ่มที่มีบุคลิกดูดีอย่างหลินเม่าเซิงได้เลือกข้าว เป็นพื้นฐานในการเริ่มธุรกิจใหม่ของเขานั้น สามารถสืบย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขากำลังจะเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของเขา เพื่อนฝูงและครอบครัวได้แนะนำให้เขารู้จักกับครอบครัวของอู๋เลี่ยงควัน (吳亮寬) ซึ่งเป็นครอบครัวชาวนา อู๋เลี่ยงควันลาออกจากงานประจำในสำนักงานเทศบาล และกลับมาทำไร่ทำนาอย่างเต็มตัว เขาเป็นคนที่พิถีพิถันและเอาใจใส่ในรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะกล้า ปลูกข้าวเกี่ยวข้าว การอบแห้ง การสีข้าว ไปจนถึงการบรรจุสินค้าเองทั้งหมดโดยไม่พึ่งพาคนอื่น แม้จะมีพื้นที่เพาะปลูกเพียง 50 ไร่ แต่เขาก็ยังลงทุนด้วยเงินจำนวนมากเพื่อสร้างโรงงานแปรรูปขึ้นบนที่ดินของเขาเอง แม้อู๋เลี่ยงควันจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดเพื่อผลิตข้าวคุณภาพดี แต่ด้วยนิสัยที่เป็นคนถ่อมตน เขาจึงจำกัดการจำหน่ายข้าวไว้เฉพาะการขายผ่านที่ทำการไปรษณีย์ท้องถิ่น หรือขายให้กับคนรู้จักใกล้ชิดเท่านั้น หลังจากค้นพบข้าวคุณภาพสูงที่ไม่ปรากฏโฉมต่อโลกภายนอกเช่นนี้ คุณหลินเม่าเซิงตัดสินใจใช้ชื่อเสียงของเขาเป็นเดิมพันในการสร้างแบรนด์ขึ้นมา เพื่อผลักดันให้สินค้าคุณภาพดีเหล่านี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
ผลิตภัณฑ์ของ Mao Rice นั้นเรียบง่าย มีสินค้าเพียงสามประเภท โดยแต่ละประเภทจะใช้ข้าวพันธุ์เดียวกันในการผลิตเท่านั้น เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าผู้บริโภคทั่วไปยังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับข้าวพันธุ์ต่าง ๆ มากนัก เขาจึงเน้นที่คุณสมบัติของข้าวแต่ละสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับการบริโภคที่ต่างกัน ข้าวพันธุ์ไถหนง 77 มีลักษณะเมล็ดสั้นอวบอิ่ม หนึบนุ่ม เนื้อข้าวสารใสมันวาว เหมาะสำหรับอาหารประเภทเดียวกับที่ใช้ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์โคชิฮิคาริ ซึ่งเป็นข้าวสายพันธุ์ชั้นเลิศระดับพรีเมียม สำหรับข้าวพันธุ์ไถหนง 71 มีความชุ่มชื้นสูง และมีคุณสมบัติที่ดีต่อการเกิดเจลาติไนเซชั่น เหมาะสำหรับการทานข้าวนุ่มไม่ใช่ข้าวแข็ง จึงทำเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวสำหรับต้มโจ๊ก และข้าวพันธุ์ไถหนงเซียน 22 เป็นพันธุ์ที่มีปริมาณอะไมโลสสูง เมื่อหุงสุกข้าวจะมีลักษณะร่วน ข้าวไม่เละไม่ติดกัน เคี้ยวมัน เหมาะสำหรับทำข้าวผัดหรือข้าวผสมผัก จึงเรียกว่าข้าวสำหรับทำข้าวผัด
เมื่อมองในแง่ของกระบวนการพัฒนาวัฒนธรรมการกิน สิ่งที่คุณหลินเม่าเซิงกำลังทำอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่การค้าขายทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเป็นการรับบทบาทสำคัญ ในเรื่องของการให้ความรู้เรื่องอาหารและการเกษตรด้วย กล่าวได้ว่า การสร้างความเข้าใจในเรื่องของข้าวพันธุ์เดี่ยว ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น นับเป็นก้าวแรกของการเดินบนเส้นทางการปรุงแต่งอาหารอย่างพิถีพิถัน เมื่อเข้าใจในการแยกรสชาติได้แล้ว จึงจะสามารถรับรู้รสชาติที่แท้จริง และนำไปสู่การสร้างรสนิยม อันมีคุณค่าได้ในภายหลัง
เขากล่าวว่า เมื่อผู้บริโภครู้จักข้อดีข้อเสียของข้าวแต่ละชนิด ก็จะค่อย ๆ สร้างชุดความคิดในการเลือกซื้ออย่างมีอิสระ รู้ว่าชอบกินอะไรและซื้อกับใคร รู้จักการตัดสินใจเลือกอย่างชาญฉลาด ซึ่งก็คือวัฏจักรเชิงบวกที่แท้จริง เมื่อคนเรามีอำนาจควบคุมอาหารของตัวเองได้ อุตสาหกรรมก็จะเจริญรุ่งเรือง นั่นแหละคือรากฐานที่แท้จริงของทุกสิ่ง
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
คุณหลินเม่าเซิง (ขวา) และ คุณอู๋เลี่ยงควัน (ซ้าย) ร่วมมือกันผลิตสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมสำหรับผู้บริโภคที่พิถีพิถันในเรื่องข้าว (ภาพ หลินหมินเซวียน)