ศิลปหัตถกรรม เชื่อมสายใยเอเชียอาคเนย์ การออกแบบงานหัตถกรรมสีเขียวในเอเชีย
เนื้อเรื่อง‧กัวอวี้ผิง ภาพ‧จวงคุนหรู แปล‧กาญจน์ญาณ์ กฤษณ์ชญาคมน์
มิถุนายน 2018
「工藝品,應該在生活中使用。」一般人在觀賞展覽時,容易把展品視作珍寶,帶著距離欣賞,而國立台灣工藝研究發展中心(NTCRI)主任許耿修在介紹工藝品時,卻將它演繹成生活中簡單、務實的一道風景。
現於工藝中心展出的「Green Touch亞洲綠色工藝設計展」,匯集台灣、泰國、印尼、馬來西亞、印度、菲律賓等六個國家的設計師家具家飾及染織作品,除了探討現今趨勢的綠色環保議題,更進一步結合實用設計與生活美學,讓我們可從中觀察到亞洲不容小覷的市場競爭力與設計力。
ผลงานศิลปหัตถกรรมควรจะสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย เวลาชมนิทรรศการ คนทั่วไปมักจะมองว่าผลงานที่จัดแสดงนั้นเป็นของล้ำค่า จึงได้แต่ชื่นชมอยู่ห่างๆ แต่สำหรับคุณสวี่เกิ่งซิว (許耿修) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาหัตถศิลป์แห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Craft Research And Development Institute หรือ NTCRI) หรือเรียกชื่อย่อว่า สถาบันหัตถศิลป์ ได้แนะนำผลงานศิลปหัตถกรรมให้ผู้คนประจักษ์ถึงความเรียบง่ายและสามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันของผลงานชิ้นนั้นๆ
ศุภชัย แกล้วทนงค์ กับผลงานโคมไฟจากที่ผลิตร่วมกับช่างฝีมือจาก ภาคใต้ของไทย (ภาพจาก NTCRI)
ขณะนี้สถาบันหัตถศิลป์กำลังจัดแสดงนิทรรศการ Green Touch การออกแบบงานหัตถศิลป์สีเขียวในเอเชีย ซึ่งรวบรวมผลงานเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้านและศิลปะการย้อมผ้าของนักออกแบบชาวไต้หวัน, ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, อินเดีย และฟิลิปปินส์ รวม 6 ประเทศ มาจัดแสดงในนิทรรศการนี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบันแล้ว ยังช่วยพัฒนาเรื่องการออกแบบที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงและยังผนวกรวมสุนทรียศาสตร์ในชีวิตประจำวันเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งทำให้เราได้เห็นถึงศักยภาพการแข่งขันในตลาดและความสามารถในการออกแบบของเอเชียที่ไม่อาจมองข้ามไปได้
เมื่อย่างกรายเข้ามาในงานนิทรรศการ สิ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษคือโซนจัดแสดง ที่ประดับด้วยโคมไฟแขวนที่ทำจากไม้ประกอบด้วยไม้เป็นซี่ๆ ชื่อผลงานว่า โคมไฟจาก (Jaak Lighting) โดยคุณศุภชัย แกล้วทนงค์ นักออกแบบชาวไทย คุณศุภชัยกล่าวว่า ผลงานของผมต้องการทำให้ผู้คนเกิดความรับรู้ถึงอัตลักษณ์และภูมิปัญญาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ ส่วนกระบวนการผลิตผลงานของผมจะต้องเกิดความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น รูปลักษณ์ของโคมไฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากทลายจากของต้นจากที่เติบโตอยู่ริมตลิ่งในภาคใต้ของประเทศไทย และใช้เทคนิคการทำ กรงนก ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านแบบดั้งเดิมโดยร่วมมือกับช่างทำกรงนกในท้องถิ่น ทำให้ผู้คนที่เพียงแค่เห็นก็รู้ว่าเป็นโคมไฟหัตถกรรมจากภาคใต้ของไทย
ไม้หวายและใบปาล์ม ล้วนมาจากพืชที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในเอเชียอาคเนย์ นักออกแบบได้ดำเนินตามกฎของฤดูกาลด้วยการรับเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติมาจัดแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของ งานหัตถศิลป์สีเขียว ตั้งแต่การนำวัตถุดิบมาใช้ เทคนิคการผลิต ไปจนถึงการพัฒนาอรรถประโยชน์ใช้สอยที่หลากหลาย ล้วนแล้วแต่มีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตระหนักในภูมิปัญญาดั้งเดิม
เนื่องจากไต้หวันและประเทศในเอเชียอาคเนย์มีที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อนจึงมีความหลากหลายของพืชพันธุ์ ทำให้มีวัสดุหลากหลายสำหรับประดิษฐ์งานหัตถกรรม การจัดงานนิทรรศการออกแบบงานหัตถศิลป์เอเชียในครั้งนี้มีประมาณ 125 กลุ่ม ผลงานที่นำมาจัดแสดงกว่า 200 ชิ้น นักออกแบบแต่ละประเทศได้ใช้วัตถุดิบที่หลากหลายมาโชว์ผลงานสุดวิจิตรตระการตา ใช้หวายที่มีคุณลักษณะพิเศษของอินโดนีเซีย, ใช้ใบปาล์มที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในไทย, ใช้ต้นข่าคม (Alpenia Zerumbet) ของไต้หวัน เป็นต้น มาผลิตเป็นผลงานเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้านและผ้าทอย้อมที่อุดมไปด้วยกลิ่นอายของเอเชียอาคเนย์
ตัวอย่างเช่นหม้อไฟหินที่ทำจากกาบใบหมาก เป็นผลงานของนักออกแบบจากไต้หวันที่มีชื่อกลุ่มว่า "เนเจอร์"
(拿鞘 Nature) พวกเขาเห็นว่าไต้หวันมีต้นหมากมากมาย กาบใบที่ปกคลุมลำต้นของต้นหมากนั้น มีส่วนประกอบของด่างตามธรรมชาติซึ่งสามารถป้องกันหนอนแมลงได้ อีกทั้งทนทาน เก็บไว้ได้นาน เปลือกกาบเหล่านี้เติบโตขึ้น แต่ละปีจะหลุดลอกออกไปเป็นจำนวนมาก การปล่อยให้เน่าเสียไปโดยไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ก็น่าเสียดาย นักออกแบบกลุ่มเนเจอร์จึงนำกาบใบหมากจากไทเปไปยังฮัวเหลียนเพื่อศึกษา โดยขอความรู้จากชนเผ่าอามิส (Amis) ในท้องถิ่นว่าจะทำกาบใบหมากเป็นภาชนะใส่อาหาร น้ำ และหินได้อย่างไร
แต่ความรู้ที่ได้จากการสอบถามนั้นมีข้อจำกัด แม้จะได้เรียนรู้วิธีการล้างทำความสะอาด การจัดการ ตลอดจนขั้นตอนการทำให้รูปทรงกระทะมีความคงรูป ก็ยังคงต้องกลับไปทำการทดลองด้วยตนเองในห้องปฏิบัติการอยู่ดี เมื่อผ่านการศึกษาวิจัยและทำการทดลองอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็สามารถเอาชนะคุณลักษณะพิเศษของใบหมาก หลังจากนำกาบใบหมากชุบน้ำชุ่มจนกระทั่งอ่อนตัวลง แล้วนำไปพับ ตากให้แห้ง และควบคุมอุณหภูมิ ก็จะมีผลในการรักษารูปทรงกระทะให้คงรูปได้นาน
สิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างมากคือ หม้อไฟหินนี้ไม่ได้ใช้ไฟให้ความร้อนโดยตรง นั่นก็คือ เมื่อใส่อาหาร น้ำ และหินแอนดีไซต์ที่ผ่านการเผาไฟลงไปในหม้อไฟกาบใบหมาก ความร้อนของหินทำให้อาหารสุกได้ กลุ่มเนเจอร์ได้รวบรวมวัสดุต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประดิษฐ์ภาชนะใส่อาหารแบบโบราณซึ่งเคยใช้กันมากในกลุ่มชนเผ่าอามิสในไต้หวันและประเทศแถบเอเชียอาคเนย์ให้กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เก้าอี้ Curl Ginger ทำจากใบข่าคม แข็งแรงคงทน รองรับน้ำหนักคนนั่งได้ถึง 120 กก.
การออกแบบนวัตกรรมจากหวายอินโดนีเซีย ช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิต
คุณเฉินสูอี๋ (陳淑宜) ผู้รับผิดชอบการจัดงานนิทรรศการนี้กล่าวว่า คุณภาพของวัสดุเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในโครงสร้างงานหัตถศิลป์ นอกจากคุณภาพของวัสดุแล้ว นวัตกรรม ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักออกแบบจะต้องทดสอบ คุณเดนนี ปริยัตนา (Denny Priyatna) หนึ่งในนักออกแบบที่กำลังมาแรง ได้สังเกตชนเผ่าซุนดา (Sundanese) ว่า เวลาทำงานพวกเขาจะนั่งบนเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ การนั่งก้มซักผ้าหรือขัดรองเท้านั้นต้องเปลืองแรงมาก เมื่อทำเป็นระยะเวลานานก็จะส่งผลต่อสุขภาพอีกด้วย เดนนีจึงนำความรู้ที่ร่ำเรียนมาตอบแทน ช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชนเผ่าพื้นเมืองในบ้านเกิด โดยใช้หวายอินโดนีเซียมาทำเก้าอี้เตี้ยขนาดเล็กแบบใหม่
คุณลักษณะของหวายอินโดนีเซียมีความหนาแข็ง น้ำหนักเบา ยืดหยุ่นได้ และแข็งแรง ประกอบกับเป็นพืชที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ ดังนั้น ปริมาณการผลิตสินค้าที่ทำจากหวายอินโดนีเซียจึงมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ครองสัดส่วนถึง 80% สำหรับเก้าอี้เตี้ยหวายอินโดนีเซีย J LOW CHAIR รูปร่างของเก้าอี้นี้จะเตี้ย เล็ก และมั่นคงกว่าเก้าอี้ไม้ การออกแบบที่นั่งรองก้นโค้งรับกับสรีระของมนุษย์ตามหลักการยศาสตร์ เมื่อนั่งลงบนเก้าอี้ เส้นหวายจะรองรับน้ำหนักของร่างกายทำให้รู้สึกมั่นคงและสบาย เก้าอี้เตี้ยที่เหมาะกับการนั่งระดับต่ำตัวนี้ทำให้คนในท้องถิ่นได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการใช้ชีวิต
เดนนีเลือกใช้หวายอินโดนีเซียมาผลิตผลงานที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งชื่อว่า เก้าอี้ PONO เป็นผลงานที่มีความลงตัวอย่างสมบูรณ์ เก้าอี้ PONO มีรูปร่างคล้ายกับลิงอุรังอุตังที่ใกล้สูญพันธุ์ เป็นการเรียกร้องให้หยุดตัดไม้ทำลายป่าฝนเขตร้อนที่อยู่อาศัยของพวกมัน เดนนีกล่าวว่า หวายเติบโตได้เร็วกว่าต้นไม้อื่นๆ แม้จะนำหวายมาใช้งานแล้ว การฟื้นฟูภูมิประเทศให้เหมือนเดิมนั้นใช้กำลังคนและต้นทุนที่น้อยกว่า

กลุ่มนักออกแบบ "เนเจอร์" (Nature) เก็บกาบใบหมากมาชุบน้ำ จนอ่อนตัวแล้วนำไปพับเป็นงานฝีมือหลากรูปแบบ
ปรับรูปลักษณ์งานจักสานไม้ไผ่ไทย เป็นของที่ระลึก พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
ภายในสถานที่จัดงานจะเห็นผลงานจากประเทศไทยแทรกอยู่ในทุกมุม เพราะการออกแบบของไทยได้รับความนิยมในระดับโลกมานานแล้ว สาขาออกแบบหัตถศิลป์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมีผลงานโดดเด่นมากมาย ประกอบกับความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างไต้หวันกับไทยในช่วงที่ผ่านมา เมื่อสถาบันหัตถศิลป์ของไต้หวันเสนอแนวคิดในการจัดงานนิทรรศการ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศของไทย (The SUPPORT Arts and Crafts International Centre of Thailand หรือ SACICT) ได้แนะนำนักออกแบบระดับแนวหน้าเข้าร่วมงานนี้ทันที
หนึ่งในนั้นคือแบรนด์ PATAPiAN (ปาตาเพียร) ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากงานหัตถศิลป์เอเชีย โดยคุณวลงค์กร เทียนเพิ่มพูน และคุณสุพัตรา เกริกสกุล ทั้งสองรวมตัวกันเป็นทีมออกแบบสร้างแบรนด์ PATAPiAN โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติหรือขยะจากโรงงานมาประกอบเข้ากับงานหัตถกรรมจักสานท้องถิ่น ผลิตเป็นของตกแต่งบ้านที่ดูทันสมัย
กล่องทรงกรวย และ กล่องทรงกระบอก ที่นำมาจัดแสดงในงานนี้ ของจริงมีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ สานด้วยแถบไม้ไผ่เล็กบางฝีมือละเอียดประณีตมาก คุณเสิ่นอี๋ต๋า (沈宜達) เจ้าหน้าที่นำชมนิทรรศการบอกว่า มีกลุ่มผู้สูงวัยที่ชมผลงานสอบถามด้วยความสนใจและพูดชมว่า ดูไม่ออกเลยว่าเป็นลายจักสาน นึกว่าเป็นผ้าชิ้นหนึ่งเสียอีก
PATAPiAN ได้ปรับรูปลักษณ์งานจักสานแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นของที่ระลึก และร่วมมือกับกลุ่มช่างสาน 4 กลุ่ม จ้างช่างสานงานหัตถกรรมในชุมชนท้องถิ่น โดยให้ค่าจ้างที่สมเหตุสมผล ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้านและยังเป็นการช่วยสืบทอดภูมิปัญญาศิลปวัฒนธรรมอีกด้วย
นักออกแบบไม่ใช่เพียงแปรรูปหรือผลิตงานออกแบบเท่านั้น ขณะเดียวกันยังต้องช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป และยังต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย คุณเฉินสูอี๋กล่าวถึงหัวใจสำคัญของการจัดแสดงนิทรรศการว่า นักออกแบบงานหัตถศิลป์จะต้องหันกลับไปร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น รวมพลังกับสังคม

คุณสวี่เกิ่งซิวระบุว่า สถาบันหัตถศิลป์วิจัยและพัฒนาเทคนิคเฉพาะทางหลายรายการ ได้รับความสนใจจากนานาประเทศ
เก้าอี้ Curl Ginger ศิลปะการสานไม้ไผ่ไต้หวันสุดล้ำ
กลุ่มยามากาวะดีไซน์ (Yamakawa Design) พัฒนาศิลปะการสานไม้ไผ่ไต้หวันมีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของโลกให้มีความล้ำหน้ามากขึ้น ด้วยการดีไซน์เปลี่ยนวัสดุจากไม้ไผ่ซีกเป็น ข่าคม ซึ่งเป็นพืชที่พบมากในภาคตะวันออกและภาคใต้ของไต้หวัน นำมาสานเป็นเก้าอี้สามขา Curl Ginger ซึ่งสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี
ข่าคมเป็นพืชที่ชาวบ้านในหมู่บ้านเกษตรคุ้นเคยมานานแล้ว ลำต้นอ่อนนุ่มนำไปต้มเป็นอาหาร ดอกนำไปทำเค้ก ใบนำไปตากแห้งสามารถใช้ห่อบ๊ะจ่างหรือสานเป็นเสื่อได้ หากอยู่ในกลางแจ้งแต่หาเชือกไม่ได้ก็สามารถใช้ใบข่าคมซึ่งมีเส้นใยหนาและแข็งแรงแทนเชือกได้ ยามากาวะดีไซน์ใช้ความแข็งแรงของมันและลำต้นที่ผ่านการตากแห้งแล้วม้วนงอตามธรรมชาติกลายเป็นท่อ มาผลิตเก้าอี้ Curl Ginger ซึ่งแข็งแรงรับน้ำหนักคนนั่งได้ถึง 120 กก.
เก้าอี้ทั้งตัวใช้วัสดุใบข่าคมเพียงอย่างเดียว แสดงให้เห็นถึงเทคนิคการจักสานไผ่ที่ก้าวล้ำผ่านข้อจำกัดของคุณภาพวัสดุ สามารถบรรลุความต้องการตามหลักกลศาสตร์ได้

ศุภชัย แกล้วทนงค์ ใช้ปาล์มพัดที่พบได้มากใน ประเทศไทยมาทำเป็นที่แขวนผ้าขนหนู
งานหัตถกรรมไต้หวันได้รับการยอมรับระดับโลก
เพราะพวกเราทำงานสร้างงานศิลปะ งานศิลปะกลัวการเปรียบเทียบเป็นที่สุด เมื่อมีการเปรียบเทียบจะเห็นทันทีว่าดีหรือไม่ดี คุณสวี่เกิ่งซิวเปรียบเปรยกับชา พอได้ดื่มชาดำกลิ่นน้ำผึ้ง คุณก็จะบอกว่าชาดำทั่วไปดื่มกันเข้าไปได้อย่างไร? ต่อมา ผมให้คุณดื่มชาดำทับทิม ดื่มเสร็จคุณก็จะรู้สึกว่าชีวิตคนเราช่างมีความสุขเสียจริง
สถาบันหัตถศิลป์พยายามอย่างเต็มที่ในการวิจัยและพัฒนา นำทั้งนักออกแบบและช่างศิลป์ร่วมกันพัฒนาเทคนิคเฉพาะทางและผลงานศิลปะที่โดดเด่นไปทั่วโลกหลายรายการ ทำให้การผลิตงานหัตถกรรมของไต้หวันเปรียบเสมือนชาดำทับทิมที่กลายเป็นรสชาติชั้นยอด นอกจากจะไม่กลัวการเปรียบเทียบ ยังได้รับเชิญจากนานาชาติให้เข้าร่วมนิทรรศการติดต่อกันหลายปีอีกด้วย เช่นปี 2014 ได้รับเชิญจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ฝรั่งเศส ให้ไปจัดแสดงผลงาน, ปี 2017 ได้รับเชิญจากงานนิทรรศการเฟอร์นิเจอร์นานาชาติ (IFFS) ที่สิงคโปร์ และในปีนี้นิทรรศการ เมืองแห่งหัตถกรรมโลก ที่เมืองคานาซาวะ ประเทศญี่ปุ่น มีการเพิ่มศาลาไต้หวันขึ้น ให้งบประมาณสนับสนุนโดยเชิญสถาบันหัตถศิลป์เข้าร่วมงานนิทรรศการหัตถกรรมจากโลหะ แสดงให้เห็นว่าเทคนิคงานหัตกรรมของไต้หวันได้รับการยอมรับในระดับโลก

กลุ่มนักออกแบบ "เนเจอร์" (Nature) เก็บกาบใบหมากมาชุบน้ำ จนอ่อนตัวแล้วนำไปพับเป็นงานฝีมือหลากรูปแบบ
ร่วมมือกับเอเชียอาคเนย์ ส่งเสริมวัฒนธรรมเอเชีย
สถาบันหัตถศิลป์ส่งเสริมการจัดงานนิทรรศการการออกแบบงานหัตถศิลป์สีเขียวในเอเชีย โดยมุ่งหวังที่จะส่งผ่านแนวคิดการดำเนินชีวิตกับธรรมชาติสีเขียวไปยังจิตใจของผู้เข้าชมงานทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงเอ่ยปากพูดว่าจะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพียงเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังต้อง... ไม่เลวเลยทีเดียว ที่แท้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยังสามารถแสดงออกได้ผ่านคุณภาพวัสดุและงานหัตถกรรม ร่วมกันตอบสนองต่อการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
คุณสวี่เกิ่งซิวระบุว่า หลังจากการจัดนิทรรศการครั้งนี้ สถาบันหัตถศิลป์จะร่วมกับองค์กรสมาคมหัตถศิลป์โลก ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก จัดงาน นิทรรศการเที่ยวชมต้นไม้แห่งชีวิต นำผลงานศิลปะที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของไต้หวันและประเทศในเอเชียอาคเนย์ไปจัดแสดงที่ประเทศแคนาดา ประเด็นหัวข้อเรื่องวัฒนธรรมเอเชียและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจะยังคงเป็นที่สนใจของประชาคมโลกต่อไป


คุณสวี่เกิ่งซิวระบุว่า สถาบันหัตถศิลป์วิจัยและพัฒนาเทคนิคเฉพาะทางหลายรายการ ได้รับความสนใจจากนานาประเทศ