เรียนรู้จากตะวันตกผ่านโครงการ RCA
สื่อชินไท่เป็นหนึ่งใน 19 คนแรกที่รัฐบาลไต้หวันส่งไปฝึกอบรมที่บริษัท Radio Corporation of America หรือ RCA ในสหรัฐอเมริกา ในตอนนั้น เขาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายกระบวนการผลิต และยังเป็นคนขับรถของทีมด้วย เพราะมีเพียงเขาและสมาชิกอีกสองสามคนเท่านั้นที่เคยเยือนสหรัฐฯ และมีใบขับขี่ ขณะที่สมาชิกคนอื่น ๆ เพิ่งเคยเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก
เมื่อเดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกา พวกเขาพากันตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เช่น โครงสร้างทางด่วน หรือแสงไฟบนถนนที่ เปิดสว่างแม้ในยามค่ำคืน ท่ามกลางความแตกต่างที่เห็นได้ ชัดเหล่านี้ ทำให้พวกเขารับรู้ถึงสิ่งที่ไต้หวันขาด และรับรู้ว่าต้องเร่งพัฒนาตัวเองเพื่อไล่ตามให้ทัน
ในปี ค.ศ. 1976 คนหนุ่มสาวที่ถูกส่งไปเรียนที่สหรัฐอเมริกากลุ่มนี้ แม้อายุเฉลี่ยยังไม่ถึง 30 ปี แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าตนเองกำลังแบกรับภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า การเดินทางไปศึกษาดูงานที่สหรัฐฯ ครั้งนั้น จะส่งอิทธิพลต่อการอยู่รอดและการพัฒนาของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันในเวลาต่อมา
เคยมีเสียงวิจารณ์จากภายนอกมองว่านี่เป็นการขโมยรูปแบบหนึ่ง แต่สื่อชินไท่ชี้แจงว่า สมาชิกในทีมเกือบทุกคนล้วนมีวุฒิปริญญาโทหรือปริญญาเอก อีกทั้งการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่การคัดลอกเนื้อหาในคู่มืออย่างเดียว แต่ต้องทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานอย่างลึกซึ้ง และในช่วงท้ายของการอบรม พวกเขายังช่วยโรงงานของ RCA แก้ไขปัญหาทางเทคนิคด้วย หลังเดินทางกลับไต้หวันได้เพียงไม่กี่เดือน พวกเขาก่อตั้งโรงงานสาธิตภายในสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และภายในครึ่งปี ก็สามารถบรรลุอัตราผลผลิตสูงถึง 70% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่า RCA ที่มีเพียง 50% เทคโนโลยีถูกนำมาใช้ในท้องถิ่นอย่างราบรื่น วางรากฐานให้แก่อุตสาหกรรมวงจรรวมของไต้หวันอย่างมั่นคง
สื่อชินไท่กล่าวว่า ประการแรก เราตั้งใจศึกษาเป็นอย่างมาก ประการที่สอง เรารู้ว่ามีวิธีใหม่ ๆ ที่สามารถทำได้ หลังจากที่โรงงานสาธิตมีการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของอุปกรณ์และกระบวนการผลิต ทุกอย่างก็แตกต่างไปจากโรงงานในสหรัฐอเมริกา ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ในปี ค.ศ. 1980 สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจึงถ่ายทอดเทคโนโลยีเวเฟอร์และทีมวิจัยให้แก่ภาคเอกชนเพื่อก่อตั้งบริษัท United Microelectronics Corporation (UMC) กลายเป็นบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายแรกของไต้หวัน ความสำเร็จของ TSMC ในเวลาต่อมา ก็เติบโตมาจากเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ เหล่านี้เช่นกัน