เหอซู่เจิน (สุจิตรา ลาภธีรวุฒิ) – กรรมการที่ปรึกษากิจการชาวจีนโพ้นทะเล ผู้สวมวิญญาณจอมยุทธ์หญิงในยุคอดีต ผดุงธรรมช่วยเหลือสังคม
เนื้อเรื่อง‧เฉินฉวินฟัง ภาพ‧เหอซู่เจิน แปล‧แสงชัย กิตติภูมิวงศ์
มิถุนายน 2017
一身便裝,臉上掛著親切笑容,言談間不時傳來爽朗笑聲,在泰國曼谷國際機場義警隊、曼谷大玲昌獅子會等團體裡,總能見到僑務諮詢委員何素珍的身影。人稱「何姐」的何素珍,總是活力四射號召大家做公益,憑著堅毅的精神,用她瘦小的身軀,為台灣與泰國之間搭起堅實的橋梁。
การแต่งกายเรียบง่าย มีรอยยิ้มแจ่มใสระบายอยู่บนใบหน้า มีความเป็นกันเอง ในยามพูดจาปนเสียงหัวเราะร่าเริง ใครๆ มักจะเรียกเธอว่า เจ๊เหอ เธอผู้นี้คือ เหอซู่เจิน (何素珍) หรือคุณสุจิตรา ลาภธีรวุฒิ กรรมการที่ปรึกษากิจการชาวจีนโพ้นทะเล ซึ่งมักปรากฏตัวในฐานะอาสาสมัครช่วยเหลือผู้โดยสารชาวต่างชาติที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือที่เรียกว่า ต.ม.อาสาสุวรรณภูมิ หรือปรากฏตัวในกลุ่มสมาชิกสโมสรไลออนส์ตลิ่งชันกรุงเทพฯ หญิงร่างเล็กบอบบางผู้นี้มักจะเชิญชวนผู้คนร่วมบำเพ็ญสาธารณกุศลด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม และยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมใจชาวไทยกับชาวไต้หวันที่เข้มแข็งด้วย
เจ๊เหอ เดิมอาศัยอยู่ที่ไทเป เป็นพนักงานของ International House of Taipei เป็นคนทำงานธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ด้วยหน้าที่การงาน จึงได้รู้จักกับหนุ่มไทยซึ่งมาเรียนหนังสือในไต้หวัน ต่อมารักใคร่ชอบพอแต่งงานกัน ในตอนนั้นสามีมาเรียนภาษาจีนที่ไต้หวัน ทั้งสองสื่อสารกันด้วยภาษาจีนและอังกฤษปะปนกัน เจ๊เหอพูดภาษาไทยไม่ได้เลยแม้แต่คำเดียว แต่ก็แต่งงานไปอยู่แดนสยามกลายเป็นสะใภ้ไทยเมื่อปี 1971 ขณะที่เธออายุเพียง 20 ปี

คุณเหอซู่เจินจัดตั้งสโมสรไลออนส์ตลิ่งชัน มอบความรักจากไต้หวันกระจายสู่ถิ่นต่างๆ ในไทย
สืบสานปณิธานพ่อสามี สืบทอดวัฒนธรรมไต้หวัน
กงกงหรือพ่อสามีของเจ๊เหอเป็นชาวจีนแต้จิ๋วในประเทศไทย เจ๊เหอเป็นสะใภ้หนึ่งเดียวที่มาจากไต้หวัน เธอพูดภาษาฮกเกี้ยนได้ซึ่งใกล้เคียงกับภาษาแต้จิ๋วจึงสื่อสารกับกงกงได้ ประกอบกับมีนิสัยขยันขันแข็ง ทำให้กงกงรู้สึกเอ็นดูมากที่สุดถึงกับมอบกุญแจตู้เซฟให้เจ๊เหอเป็นผู้ดูแล และยังว่าจ้างครูสอนภาษาไทยมาสอนเจ๊เหอที่บ้าน เนื่องจากเป็นคนขยันหมั่นเพียรและชอบการอ่านเขียน ปัจจุบันเธอสามารถอ่านนิยายได้ ภาษาไทยไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ ผิดกับชาวไต้หวันจำนวนมากที่มักจะพูดได้แต่อ่านไม่ได้
บ้านสามีประกอบกิจการโรงสีข้าวในต่างจังหวัด สามีดูแลกิจการภายในของโรงสี ส่วนพ่อสามีติดต่อธุรกิจภายนอก ซึ่งนอกจากออกไปเจรจาการค้าแล้ว จะทำงานการกุศลช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากด้วย กงกงมักพาเจ๊เหอไปร่วมกิจกรรมชาวจีนโพ้นทะเลต่างๆ เป็นการเปิดโลกทัศน์ของเธอให้กว้างไกล เมื่อกงกงลาโลกไปแล้ว เจ๊เหอได้สืบทอดปณิธานของกงกงในการช่วยเหลือผู้อื่น ให้บริการกลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลต่อไป
เจ๊เหอเข้าร่วมเป็นสมาชิกสโมสรไลออนส์ มีความยินดีทำกิจกรรมสาธารณกุศล เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณการให้บริการ นับเป็นชาวจีนเพียงคนเดียว แล้วก็เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในสโมสรนั้น ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากการกลุ่มนักธุรกิจไต้หวันในไทย ซึ่งเห็นว่าเธอยินดีเสียสละเพื่อสังคม เจ๊เหอจึงได้ก่อตั้งสโมสรไลออนส์ตลิ่งชันกรุงเทพฯ รวมใจชาวไต้หวันแสดงพลังแห่งการช่วยเหลือสังคมให้กว้างไกล
สโมสรไลออนส์ที่เจ๊เหอก่อตั้งขึ้น ขยายความช่วยเหลือไปสู่ชนบทห่างไกลของประเทศไทย ซึ่งแตกต่างจากการรวมกลุ่มของชาวจีนอื่นๆ ที่มักให้บริการเฉพาะกลุ่มของพวกตน ในวันสงกรานต์ของแต่ละปี เจ๊เหอจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ พร้อมทั้งมอบของขวัญ อั่งเปา และยังช่วยเหลือนักเรียนยากจนในชนบทห่างไกลที่จังหวัดเชียงราย ช่วยสร้างโรงเรียนและบริจาคสิ่งของ เจ๊เหอเคยระดมกำลังชาวจีนโพ้นทะเลในไทย 20 กว่ากลุ่ม ช่วยกันจัดกิจกรรม ìรวมใจพันคนบริจาคโลหิตî จัดของตอบแทนด้วยซุปไก่และขนมปังซึ่งดีกว่าของตอบแทนสำหรับการบริจาคโลหิตทั่วไป ทำให้ประชาชนจำนวนมากยินดีร่วมบริจาคโลหิต เพียง 3 วันมีผู้บริจาคโลหิตกว่า 3,000 คน
นอกจากการช่วยเหลือชาวไทยในด้านต่างๆ แล้ว เจ๊เหอต้องการทำให้ชาวไทยรู้วัฒนธรรมจีน และอยากให้ชาวจีนโพ้นทะเลที่เติบโตในประเทศไทยรู้จักเรื่องราวถิ่นฐานเดิมของตนมากขึ้น เธอกลับมาไต้หวันหลายครั้ง เพื่อติดต่อกับศาลเจ้าต่างๆ และอัญเชิญเทวรูป เจ้าแม่มาจู่ (媽祖) เทพฝูเต๋อ (福德) เทพเหวินชัง (文昌) เทพเยว่เหล่า (月下老人) เจ้าแม่จู้เซิง (註生) ได้นำความเชื่อการไหว้เทพเหล่านี้ไปยังประเทศไทย เชิญชวนนักธุรกิจไต้หวันร่วมกันบริจาคสร้างศาลเจ้าหนานเยามาจู่กง ซึ่งเป็นศาลเจ้าแม่มาจู่ของไต้หวันเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและคลายความคิดถึงบ้านของชาวไต้หวัน ในแต่ละปีมีการจัดงานฉลองวันประสูติเจ้าแม่มาจู่ ที่เยาวราช มีกิจกรรมแห่เจ้าแม่ นอกจากชาวจีนโพ้นทะเลเข้าร่วมกิจกรรมแล้ว ยังมีชาวไทยจำนวนมากก็มาร่วมสักการะบูชา มาลอดเกี้ยวเพื่อความเป็นศิริมงคล งานเฉลิมฉลองมีความคึกคักยิ่งใหญ่มาก

คุณเหอซู่เจินจัดตั้งสโมสรไลออนส์ตลิ่งชัน มอบความรักจากไต้หวัน กระจายสู่ถิ่นต่างๆ ในไทย
ช่วยเหลืองานการกุศล สวมวิญญาณจอมยุทธ์หญิง
เจ๊เหอมีความกระตือรือร้นในการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ ขอเพียงมีผู้ต้องการความช่วยเหลือ เธอจะไม่ปฏิเสธเลย มีอยู่ครั้งหนึ่ง เจ๊เหอมีโอกาสพูดคุยกับผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงได้รู้ว่าชาวไทยและไต้หวันติดต่อไปมาหาสู่กันบ่อยมาก แต่ชาวไต้หวันไปท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจในประเทศไทยมักประสบปัญหาการสื่อภาษาที่สนามบิน เจ๊เหอจึงรวมกลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลจัดตั้งหน่วย ตม.อาสาสุวรรณภูมิ ช่วยเหลือผู้โดยสารที่เดินทางไป-มาที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิซึ่งมีจำนวนมาก หลากหลายเชื้อชาติและภาษา นอกจากนี้ หน่วย ตม.อาสาสุวรรณภูมิยังขยายบริการครอบคลุมไปยังชาวญี่ปุ่น อังกฤษ รัสเซีย หรือแม้แต่ชาวอินเดียด้วย โดยขอความช่วยเหลือจากลูกหลานชาวจีนในไทยที่รู้ภาษาต่างชาติมาช่วยให้บริการ
อาสาสมัครส่วนใหญ่ก็คือนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทย พวกเขาสละเวลา จัดการเรื่องการเดินทางเองและไม่มีค่าตอบแทน งานที่ทำ ได้แก่ ให้ความช่วยเหลือผู้เดินทางในการทำวีซ่าหน้าด่าน กรอกใบเข้าเมือง ช่วยตามหาสิ่งของที่สูญหาย ช่วยเหลือผู้เดินทางในการเปลี่ยนต่อเครื่องบิน เจ๊เหอเคยช่วยคุณแม่คนหนึ่งซึ่งเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ประเทศไทย เนื่องจากเงินที่พกติดตัวไม่เพียงพอทำวีซ่า ประกอบกับสื่อภาษาไม่รู้เรื่อง เจ๊เหอไม่ลังเลที่จะช่วยจ่ายค่าวีซ่าให้และช่วยติดต่อจนได้พบลูกชายในประเทศไทย
เจ๊เหอเดินทางไปมาระหว่างไทย-ไต้หวันบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่กลับจากไต้หวันเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็จะทำงานอาสาสมัครต่อจนถึงตอนดึกจึงกลับบ้าน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเคยมีอาสาสมัครซึ่งเป็นคนประเทศอื่น แต่คุณภาพและจิตวิญญาณในการให้บริการทัดเทียมกับกลุ่มอาสาสมัครที่จัดตั้งโดยเจ๊เหอไม่ได้ ตม.อาสาสุรรณภูมิของนักธุรกิจไต้หวันกลุ่มนี้ จัดตั้งมา 12 ปีแล้ว ไม่เพียงแสดงออกถึงความมีน้ำใจโอบอ้อมอารีและยินดีที่เป็นผู้ให้ ซึ่งเป็นจิตวิญญาณของชาวไต้หวัน ยังถือเป็นชาวไต้หวันที่สร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนชาติต่างๆ ด้วย
เจ๊เหอผู้มีบุคลิกจอมยุทธ์หญิง หากมีผู้เอ่ยปาก ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด เธอจะทุ่มเทช่วยเหลือ การช่วยชาวไต้หวัน คุณเซียว (蕭) ตามหาญาติข้ามประเทศ เป็นภารกิจยากประการหนึ่ง ในอดีต คุณเซียวทิ้งลูกเมียที่ไต้หวัน นำเงินออมทั้งหมดตามเพื่อนมาบุกเบิกที่ประเทศไทย แต่ถูกเพื่อนหลอกเงินหนีไป คุณเซียวละอายไม่กล้ากลับบ้าน จึงหางานทำในโรงงานที่ไทยเป็นเวลา 30 กว่าปี ขาดการติดต่อกับครอบครัว ลูกเมียย้ายจากบ้านเดิม จนกระทั่งคุณเชียวป่วยหนัก เพื่อนบ้านติดต่อเจ๊เหอซึ่งขณะนั้นอยู่ในไต้หวัน เมื่อกลับถึงไทยจึงได้รู้ข่าวว่าคุณเซียวเสียชีวิตแล้ว
ถ้าเป็นคนอื่นคงเลิกล้มความตั้งใจช่วยตามญาติไปนานแล้ว แต่เจ๊เหอขับรถจากกรุงเทพฯ ระยะทางไกลกว่า 200 กิโลเมตรเพื่อช่วยจัดการเรื่องราวต่างๆ ทั้งที่ไม่ใช่ญาติมิตรของตน พยายามติดต่อผ่านหลายช่องทาง จนในที่สุดพบลูกชายคุณเซียวที่ไต้หวัน และช่วยเหลือให้พวกเขาได้เดินทางไปประเทศไทย และได้ขอให้ที่ว่าการท้องถิ่นและนักธุรกิจไต้หวันบริจาคเงินช่วยเหลือ รวมทั้งจัดพวงหรีดดอกไม้ทำพิธีศพอย่างสมเกียรติ ลูกชายคุณเซียวถึงกับสะอื้นเมื่อพบพ่อที่ขาดการติดต่อนานหลายสิบปี เป็นภาพที่เจ๊เหอยังจดจำไม่ลืม
เจ๊เหอผู้ซึ่งทุ่มเททำงานสาธารณประโยชน์มักจะพูดอย่างถ่อมตนว่า ตนเองทำน้อยมาก เป็นเพราะคนรอบข้างยินดีช่วยเหลือ จึงทำให้เรื่องต่างๆ สำเร็จลงได้ ยินดีเสียสละไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทน นี่คือจิตวิญญาณของจอมยุทธ์หญิงในตัวเจ๊เหอ



คุณเหอซู่เจิน หรือเจ๊เหอ ผู้มีรอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้าเสมอ ยินดีช่วย เหลือการกุศลอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย







ตม.อาสาสุวรรณภูมิชาวไต้หวันที่สนามบินนาชาติของกรุงเทพ จัดตั้ง ผ่านมา 12 ปี ช่วยเหลือผู้เดินทางสานสัมพันธ์กับคนทั่วโลก


คุณเหอซู่เจินรวบรวมชาวไต้หวันจัดตั้งศาลเจ้าหนานเยามาจู่กง เป็นศูนย์รวมด้านจิตใจชาวไต้หวันในไทย และทำให้ชาวไทยได้รู้จัก วัฒนธรรมไต้หวัน


ด้วยความช่วยเหลือของคุณเหอซู่เจิน ลูกชายคุณเซียวผู้ล่วงลับไป แล้วนำดวงวิญญาณของพ่อกลับ
