จันซีหลง รองประธานสมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน ปักหลักธุรกิจในไต้หวันและไทย
เนื้อเรื่อง‧หลิวอิงฟง ภาพ‧จันซีหลง แปล‧กาญจน์ญาณ์ กฤษณ์ชญาคมน์
ธันวาคม 2016
今年,是泰國臺灣商會聯合副總會長詹錫龍前進泰國市場布局的第21年。詹錫龍主力生產金屬沖孔網的事業,分在台灣、泰國成立「台盛信」、「泰盛信」兩家公司,分合並進,搶攻台灣、泰國市場。40年前,詹錫龍早早埋下的創業夢,如今已然實現。
ปีนี้เป็นปีที่ 21 ที่นายจันซีหลง (詹錫龍) รองประธานสมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน (Thai-Taiwan Business Association) ก้าวเข้ามาปักหลักธุรกิจในตลาดเมืองไทย ซึ่งกิจการหลักของคุณจันซีหลงคือผลิตตะแกรงเหล็ก โดยก่อตั้ง 2 บริษัท คือบริษัท “ไถเซิ่งซิ่น” (Tai Seng Hsin Industrial 台盛信) ที่ไต้หวัน และบริษัท “ไท้เซิ่งซิ่น เมทัล อินดัสเตรียล” (Thai Serng Sin Metal Industrial 泰盛信) ที่เมืองไทย เพื่อร่วมบุกตลาดไต้หวัน ไทย ฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง ผลประกอบการต่อปีมูลค่าสูงกว่าร้อยล้านเหรียญไต้หวัน เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ฝันที่คุณจันซีหลงอยากสร้างธุรกิจมานาน ได้กลายเป็นจริงแล้ว
คุณจันซีหลง รองประธานสมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน บ้านเกิดอยู่ที่อำเภอผีโถว เมืองจางฮั่ว ครอบครัวทำไร่ไถนามาหลายชั่วอายุคน อยู่มาวันหนึ่ง คำพูดของแม่ที่ถอนหายใจออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นแรงกระตุ้นให้เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางธุรกิจ
คนทำไร่ไถนา ชีวิตจะมีกินขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ °ßอยากจะใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหาเช้ากินค่ำจัง°® เมื่อได้ยินแม่พูดเช่นนี้ ลูกคนโตอย่างจันซีหลงจึงตัดสินใจเลิกเรียนหนังสือ แล้วเดินทางขึ้นเหนือสู่ไทเป เริ่มทำงานขับรถแบคโฮหารายได้แบ่งเบาภาระทางบ้าน

สินค้าหลักที่บริษัทไท้เซิ่งซิ่นผลิตคือ “ตะแกรงเหล็ก” ซึ่งเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น แผ่นตะแกรงเหล็กอ่อนที่ใช้ในสำนักงาน, แผ่นเหล็กทางเดินท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน, แผ่นเพดานเหล็ก และแผ่นตะแกรงเหล็กทั่วไป
ชีวิตนี้จะต้องเป็นเถ้าแก่ให้ได้
40 ปีที่แล้ว เศรษฐกิจไต้หวันกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น มีการก่อสร้างขนาดใหญ่ทุกหนทุกแห่ง แค่ขับรถแบคโฮก็จะได้รับค่าจ้างวันละ 4,000 เหรียญไต้หวัน ดูเหมือนจะมีรายได้งาม แต่จันซีหลงซึ่งอายุยังน้อยกลับวางแผนชีวิตได้อย่างแม่นยำ
°ßทำงานได้วันละ 4,000 เหรียญ เถ้าแก่หักค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง บวกกับค่าเช่ารถแบคโฮ แต่ละวันได้เงินแค่ไม่กี่ร้อย°® เมื่อบวกลบคูณหารแล้ว รายได้ที่จะเข้ากระเป๋าจริงๆ เหลือแค่ไม่เท่าไร ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การขับรถแบคโฮนั้นต้องใช้แรงกาย ชีวิตนี้คงขับรถแบคโฮได้ไม่นาน °ßความรู้มีเพียงแค่ชั้นมัธยมต้นคงไม่พอ ในตอนนั้นผมก็เลยคิดว่าจะต้องเรียนรู้อะไรที่เป็นทักษะเฉพาะทาง ชีวิตนี้ผมจะต้องสร้างธุรกิจ เป็นเถ้าแก่เองให้ได้°® จันซีหลงกล่าว
ดังนั้น เขาจึงลาออกจากงานแล้วไปทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในเขตซันฉง ไทเป ตามคำชักชวนของเพื่อน เรียนรู้การทำแม่พิมพ์จากนายช่างผู้อาวุโส รายได้น้อยกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง งานก็หนักกว่า จนถูกผู้คนหัวเราะเยาะว่าเขาโง่ แต่จันซีหลงไม่สนใจ เพราะเขาตั้งใจแต่แรกแล้วว่า ขอแค่ให้ตัวเองได้เรียนรู้ °ßนี่ถือเป็นการเรียนรู้วิทยายุทธ ถ้ามีวิชาชีพติดตัวก็ไม่ต้องกลัวอดตาย°®
เมื่อมีพื้นฐานเทคนิคการทำแม่พิมพ์แล้ว จันซีหลงจึงสามารถเข้าทำงานในโรงงานที่เป็นผู้ผลิตอะไหล่ชิ้นส่วนให้แก่ไชน่ามอเตอร์ (China Motor) ไต้หวัน และได้รู้จักกับคุณอิโตะ
(٪ٌأأ) ผู้มีบุญคุณที่ชักนำให้เขาเข้าสู่วงการผลิตตะแกรงโลหะ ซึ่งมองเห็นแววฉลาดของเขาในตอนนั้น คุณอิโตะผู้กำลังจะเกษียณอำลาจากไต้หวันได้แนะนำเขาว่า ควรจะไปญี่ปุ่นสักครั้ง เพื่อเปิดหูเปิดตาเสียบ้าง
หลังจากเดินทางไปญี่ปุ่น เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและการพัฒนาอุตสาหกรรมของที่นั่นทำให้เขาได้เปิดโลกทัศน์ เขาตื่นเต้นจนขนลุก ทำให้ไฟในตัวที่อยากสร้างธุรกิจของตัวเองยิ่งลุกโชนขึ้น แต่เมื่อคำนวณดูแล้ว แค่ค่าอุปกรณ์เครื่องจักรก็ต้อง
เตรียมเงินทุนอย่างน้อยๆ 500 ถึง 600 ล้านเหรียญไต้หวัน แล้วจะไปหาเงินจากที่ไหน? เมื่อคิดได้เช่นนี้ อารมณ์ที่พุ่งพล่านของจันซีหลงก็มอดลงโดยพลัน
ในที่สุด เขาก็ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากลุงและนำที่ดินของพ่อไปกู้เงินจากสหกรณ์การเกษตร ได้เงิน 800,000 เหรียญไต้หวัน ร่วมลงทุนกับลุงก่อตั้งบริษัท °ßเหอซิ่นจื้อหวั่ง°® (Ho-Hsin Metal Industrial )M+H؛s:ٹ) และก่อตั้งบริษัทของตัวเองใช้ชื่อว่า °ßไถเซิ่งซิ่น°® ในปี 1997 หลังจากบริษัทเริ่มกิจการ มีการโฆษณาผ่านสื่อ ก็มีใบสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แผงที่ใช้บุกำแพงเพื่อเก็บเสียงบนทางด่วนทั่วไต้หวันร้อยละ 80 ผลิตจากบริษัทไถเซิ่งซิ่น นอกจากนี้ ตะแกรงที่ใช้สำหรับกรองหินทรายที่ผู้ประกอบธุรกิจค้าหินทรายทั่วไต้หวันเลือกใช้ ก็ผลิตโดยบริษัทไถเซิ่งซิ่นเช่นกัน
เมื่อพูดถึงสินค้าหลักที่บริษัทของจันซีหลงผลิตคือ °ß ตะแกรงเหล็ก°® หลายคนอาจจะงง แต่ที่จริงแล้ว ตะแกรงเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจนึกไม่ถึง เช่น แผ่นตะแกรงเหล็กอ่อนที่ใช้ในสำนักงาน แผ่นเหล็กทางเดินท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน แผ่นเพดานเหล็ก แผ่นตะแกรงเหล็กทั่วไป °ßทั้งเพดานที่อยู่ข้างบน และพื้นเหยียบข้างล่างของสนามบินเถาหยวนทั้งหมดเป็นของบริษัทเราครับ°® จันซีหลงบอกด้วยความภาคภูมิใจ

คุณจันซีหลงได้มาปักหลักที่เมืองไทยและตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาในชนบท
ถูกเมินอยู่ 23 วัน แลกกับใบสั่งซื้อหนึ่งใบ
นี่คืออีกฉากหนึ่งในเรื่องราวชีวิตของจันซีหลง เขาต้องยืนอยู่หน้าประตูโรงงานโตโยต้านานถึง 23 วัน เพื่อแลกกับออร์เดอร์
ปี 2000 คือปีที่จันซีหลงก่อตั้งธุรกิจเป็นปีที่ 5 เขาสามารถยืนด้วยลำแข้งตัวเองในไต้หวันได้แล้ว และคิดว่าอยากจะเพิ่มมูลค่าให้ตะแกรงเหล็กที่มีอยู่ เขาจึงปิ๊งไอเดียนึกถึงโรงงานรถยนต์ยักษ์ใหญ่ 2 แห่ง ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโรงงาน
อะไหล่รถยนต์นั้นมีรายละเอียดซับซ้อน หลังจากเช็คสต็อกอย่างละเอียด จันซีหลงพิเคราะห์ว่า ภายในยังมีท่อไอเสียที่เป็นตะแกรงเหล็ก แผ่นกั้นระบบทำความเย็น จึงมองเห็นโอกาสที่จะนำสินค้าที่ตนผลิตเจาะตลาดโลหะภัณฑ์และรถยนต์ได้ แถมยังมีโรงงานรถยนต์ญี่ปุ่นอย่างโตโยต้าและอีซูซุตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงงานของตน ก็น่าจะดึงมาเป็นลูกค้าของตนได้
แต่ด้วยความเข้มงวด มีมาตรฐานสูงและชื่อเสียงระดับโลกของบริษัทญี่ปุ่น รวมทั้งจันซีหลงยังไม่มีคอนเนคชันกับสองบริษัทนี้ เขาจะทำอย่างไรดี?
จันซีหลงไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากทำได้แค่สวมชุดยูนิฟอร์มของบริษัทไปยืนจังก้าอยู่ที่หน้าประตูของโรงงานโตโยต้าตั้งแต่เช้าตรู่ทุกวัน เมื่อเห็นวิศวกรของโตโยต้าผ่านมา เขาจะรีบโค้งคำนับ ก้มศีรษะต่ำ และตะโกนทักทายอยู่อย่างนั้นเรื่อยมาโดยไม่มีผู้ใดเหลียวแลสนใจเขาเลย จนกระทั่งวันที่ 23 ในที่สุดก็มีคนมาเรียกจันซีหลงเข้าไปพูดคุยเจรจาธุรกิจ และรับปากว่าจะหารือกับเขาอีกในโอกาสต่อไป
โตโยต้าส่งเจ้าหน้าที่ประเมิน 9 คน ไปตรวจความพร้อมของโรงงานของจันซีหลง แต่ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วราวสายลมเพียง 3 นาทีเท่านั้น ไม่มีแม้แต่เวลาที่จะแนะนำโรงงานให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้เข้าใจมากขึ้น น้ำชาที่เตรียมไว้ก็ยังไม่ทันได้เสิร์ฟด้วยซ้ำ
สิ่งที่จันซีหลงนึกไม่ถึงเลยก็คือ การมาเยือนของคณะเจ้าหน้าที่ประเมินของโตโยต้า ใช้เวลาสั้นๆ ดูที่ห้องน้ำและห้องครัว 2 จุด เท่านั้น แล้วก็เดินทางกลับทันที ในตอนแรกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำเช่นนี้ แต่ภายหลังก็กระจ่างว่า ห้องน้ำและห้องครัวที่ดูไม่สำคัญอะไร แต่เป็นตัวชี้วัดที่สามารถตัดสินถึงวิธีบริหารจัดการธุรกิจและใช้สังเกตวัฒนธรรมองค์กรได้
ถึงแม้ว่าโตโยต้าจะไม่ได้ให้ออร์เดอร์มาทันที แต่ได้ส่งพนักงานฝ่ายระบบการผลิตโตโยต้า (Toyota Production System, TPS) มาให้คำปรึกษาแก่จันซีหลงว่าต้องปรับปรุงการบริหารจัดการและกระบวนการผลิตอย่างไร หลังจากนั้น 8 เดือน ออร์เดอร์ระยะยาว 8 ปี มูลค่า 500 ล้านเหรียญไต้หวัน ก็เป็นของเขา ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันจนถึงทุกวันนี้ เมื่อพูดถึงสไตล์การทำงานที่เข้มงวดของฝ่ายญี่ปุ่น จันซีหลงหัวเราะและกล่าวว่า °ßจู้จี้สุดๆ!°®
หลังจากประสบความสำเร็จกลายเป็นซัพพลายเออร์ของโรงงานญี่ปุ่นได้แล้ว จันซีหลงยิ่งกระตือรือร้นในการขยายตลาดลูกค้าต่างประเทศ เช่น ในสินค้าตะแกรงระบายความร้อนในเตาอบไมโครเวฟของเกาหลีและญี่ปุ่น อย่างซัมซุง ชาร์ป ฯลฯ ตลอดจนถึงตะแกรงทำถังซักผ้าที่ใช้ในเครื่องซักผ้ายี่ห้ออิเล็กโทรลักซ์ของสวีเดน ล้วนผลิตโดย °ßไท้เซิ่งซิ่น°®
ด้วยวัย 54 บวกกับประสบการณ์การทำธุรกิจยาวนานกว่า 20 ปี เมื่อปี 2009 จันซีหลงเคยได้รับรางวัล SME Award จากกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน สาธารณรัฐจีน จากการฝ่าฟันในเส้นทางธุรกิจที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จันซีหลงผู้มีนิสัยไม่หวั่นต่อความยากลำบากย้ำว่า °ßแค่ลองคิดว่าชีวิตหลังจากนี้อีก 20 ปี จะเหลืออะไรให้ลูกหลานบ้าง เมื่อคำตอบอยู่ในใจ อารมณ์ก็ลิงโลดขึ้นมาในบัดดล°®

เข้าสู่ยุคทายาทรุ่นที่ 2 จันเยวี่ยนเชิน (詹苑琛) คนซ้าย ลูกสาวคนโตของคุณจันซีหลงได้ก้าวเข้ามาทำหน้าที่ในทีมบริหารของบริษัทแล้ว
เดินเครื่องนโยบายมุ่งสู่ใต้ครั้งใหม่ หยั่งรากลึกทางธุรกิจ
ปีนี้รัฐบาลกระตือรือร้นในการผลักดัน °ßนโยบายมุ่งสู่ใต้ครั้งใหม่°® มีธุรกิจมากมายที่อยากจะลองดูสักตั้ง คุณจันซีหลงซึ่งปักหลักธุรกิจในไทยนานถึง 21 ปีแล้ว ในตอนนั้นเขาได้เดินทางไปดูงานและประเมินอย่างละเอียดถึง 33 ครั้ง จึงตัดสินใจมาปักหลักอยู่ที่นี่
ปี 1995 เป็นช่วงที่อุตสาหกรรมไต้หวันอยู่ในภาวะแห่งการปรับตัว ธุรกิจจำนวนมากย้ายไปตั้งโรงงานที่จีนแผ่นดินใหญ่ จันซีหลงกลับสวนกระแสด้วยการมุ่งสำรวจการลงทุนในเมืองไทย เดินทางไปต่างถิ่นต่างแดนแบบหัวเดียวกระเทียมลีบ พูดภาษาไทยไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว จันซีหลงเปรียบเทียบตัวเองเหมือนกับ °ßคนหูหนวก เป็นใบ้ ไร้ขา°® เพื่อที่จะสำรวจสภาพแวดล้อมการลงทุน เขาจึงจ้างคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋วมาเป็นคนขับรถ พาเขาตระเวนตามเขตอุตสาหกรรมรอบกรุงเทพมหานคร ในที่สุด ประเทศไทยซึ่งมีสถานการณ์การเมืองค่อนข้างมั่นคง และมีสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เป็นมิตร เป็นปัจจัยสำคัญและทำให้จันซีหลงลงทุนเช่าโรงงานร่วมกับเพื่อนในเขตอุตสาหกรรมละแวกใกล้กรุงเทพมหานคร เป็นก้าวแรกในการลงทุนในไทยของเขา
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การปักหลักสร้างฐานในไทยของจันซีหลงก็ผ่านเลยมากว่า 20 ปีแล้ว เขาไม่ต้องอาศัยใบบุญของใครอีกต่อไป เป็นเจ้าของพื้นที่โรงงานขนาด 49,500 ตารางเมตร คนในครอบครัวและลูกๆ ตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทย ช่วงที่ผ่านมาตลาดอาเซียนกลับมาบูมอีกครั้ง มีนักธุรกิจไต้หวันจำนวนไม่น้อยที่มาขอคำปรึกษาจากจันซีหลง เขาเตือนว่า สภาพแวดล้อมการลงทุนในไทยค่อยๆ สุกงอมมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุน อย่าริอ่านลองเหมือนกับทดสอบอุณหภูมิน้ำ °ßต้องตั้งใจจริงเท่านั้นถึงจะถูก ไม่อย่างนั้นก็เหมือนกับทิ้งเงินลงทุนก้อนใหญ่ลงไปในน้ำ หล่นต๋อมลงไปก็ไม่มีทางได้คืน°® เขากล่าว
คนอื่นพูดถึงจันซีหลงว่า คำที่ใช้สาธยายถึงเขาคนนี้คงหนีไม่พ้นคำว่า นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ คุณจันซีหลงโบกมือปฏิเสธและพูดอย่างถ่อมตนว่าตัวเขาในตอนนี้ ยังเรียกว่า ประสบความสำเร็จไม่ได้หรอก °ßอะไรคือความสำเร็จ แบบนี้ก็ใช่หรือ?°® เขาถามกลับว่า ความสำเร็จอยู่ที่ตนเองให้คำจำกัดความใช่หรือไม่ มีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งที่ทำให้จันซีหลงก้าวในเส้นทางนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ คือความเชื่อที่ว่า °ßใช้สมองคิดเยอะเท่าไร ก็สู้ลงมือทำไม่ได้°® และนี่คือสิ่งที่ทำให้จันซีหลงยืนหยัดต่อสู้เอาชนะอุปสรรคนานัปการได้

ปี 2009 คุณจันซีหลงคว้ารางวัล Model of Taiwan and Overseas Entrepreneurs รับรางวัลร่วมกับภรรยา

คุณจันซีหลงเริ่มต้นจากสร้างธุรกิจในไต้หวัน ปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นเจ้าของโรงงานขนาด 49,500 ตร.ม. ในเมืองไทยแล้ว
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)