กัวซิวหมิ่น ผู้ยึดมั่นปรัชญาชีวิต “ยินดีเสียสละ สุขใจที่ได้แบ่งปัน”
เนื้อเรื่อง‧เติ้งฮุ่ยฉุน ภาพ‧กัวซิวหมิ่น แปล‧แสงชัย กิตติภูมิวงศ์
กุมภาพันธ์ 2017
「不要叫我委員或會長,你可以稱呼我修敏或修敏姐。」如果你曾遇見中華民國僑務委員郭修敏,她會請你這樣稱呼她。小小個兒,爽朗的笑聲,一派大姐的作風,總是熱情的分享她的新發現,樂觀的看待世事,熱心參與僑務活動,投身慈善公益。
ไม่จำเป็นต้องเรียกฉันว่าท่านกรรมการหรือนายกสมาคม เรียกฉันว่า ซิวหมิ่นหรือพี่ซิวหมิ่นก็พอî คุณกัวซิวหมิ่น (郭修敏) คณะกรรมการกิจการชาวจีนโพ้นทะเลสาธารณรัฐจีน (中華民國僑務委員) มักจะทักทายและขอให้คุณเรียกเธอเช่นนั้นเมื่อได้พบกัน
คุณกัวซิวหมิ่น หรือคุณธัญวลัย เดชเจริญจิรดา ผู้หญิงร่างเล็กและมีใบหน้ายิ้มแย้มอยู่เสมอคนนี้ ชอบที่จะแบ่งปันประสบการณ์ใหม่ๆ ของเธออย่างเป็นกันเอง เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มีความกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับชาวจีนโพ้นทะเล และทุ่มเทให้กับงานการกุศลเพื่อสังคมเสมอ
ชีวิตในวัยเด็กยากลำบาก ต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยจนสำเร็จการศึกษา คุณกัวซิวหมิ่นทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่ออายุ 25 ปี บริษัทส่งไปทำงานที่ประเทศไทย ต่อมาบุกเบิกสร้างกิจการร่วมกับสามี และก่อตั้งบริษัท ไทยเฟิง จำกัด (泰豐有限公司) ขึ้นในปีค.ศ.1990
ในยุคนั้นวาล์วน้ำที่ทำจากพลาสติกยังไม่แพร่หลายในประเทศไทยเท่าใดนัก วาล์วน้ำแบบดั้งเดิมทำจากทองแดงเป็นหลัก คุณกัวซิวหมิ่นจึงมองว่า สินค้าชนิดนี้มีโอกาสเจาะตลาดประเทศไทยได้ไม่ยาก ในขณะนั้นแม้เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 แต่เธอก็ยังอุ้มท้อง 8 เดือน ออกไปพบลูกค้าเพื่อแนะนำสินค้าต่างๆ จนเริ่มเป็นที่รู้จักในตลาด
จากโรงงานซึ่งมีพื้นที่เพียง 825 ตรม. และมีเครื่องจักรฉีดพลาสติกเพียง 4 เครื่อง ปัจจุบันบริษัทไทยเฟิงมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย และยังส่งออกไปประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมาร์ และกัมพูชา เป็นต้น คุณกัวซิวหมิ่นใช้เวลาถึง 6 ปี ในการขอการรับรองมาตรฐาน NSF ของสหรัฐอเมริกา และค่อยๆ ขยายตลาดเข้าสู่อเมริกาด้วย ปัจจุบันแม้ได้รับผลกระทบจากสินค้าราคาถูกจากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่คุณกัวซิวหมิ่นยังคงยืนหยัดในเรื่องของคุณภาพเป็นอันดับแรก แล้วจึงคำนึงเรื่องราคารองลงมา เพราะเธอยึดมั่นว่า สินค้าที่มีคุณภาพเปรียบเสมือนจิตวิญญาณของแบรนด์

ภาพถ่ายฉลองสงกรานต์ของพนักงานโรงงานไทยเฟิง ขุมกำลัง เข้มแข็งของคุณกัวซิวหมิ่น
จิตอาสาช่วยบรรเทาภัยน้ำท่วม
ในปีค.ศ.2011 ประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี นับเป็นฝันร้ายของผู้ประกอบการ SMEs ที่มีโรงงานอยู่ในประเทศไทย บริษัทไทยเฟิง จำกัด ตั้งอยู่ในเขตธนบุรี ซี่งมีนักธุรกิจ SMEs ชาวไต้หวันอาศัยอยู่จำนวนมาก โรงงานไทยเฟิง โรงที่ 1 มีน้ำล้อมรอบโรงงาน ทำให้ไม่สามารถเข้าไปในโรงงานได้ แต่โชคดีที่โรงงานไทยเฟิง โรงที่ 2 ไม่ได้รับความเสียหาย คุณกัวซิวหมิ่นได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยขึ้น หยุดผลิตสินค้าเป็นเวลา 40 วัน ทั้งที่ปกติจะต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เธอ ลูกสาวและคนงานส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในโรงงาน ทุ่มเทช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง ในตอนนั้นโรงงานของเธอให้บริการอาหารตลอด 24 ชั่วโมง จัดทำถุงทราย 30,000 กว่าถุง แจกให้กับโรงงานของชาวไต้หวัน ร้านค้าและบ้านที่อยู่อาศัยในละแวกใกล้เคียง ใช้รถบรรทุกสิบล้อขนสิ่งของไปแจกจ่าย เมื่อรู้ว่ากรุงเทพฯ ขาดแคลนน้ำดื่ม เธอได้นำเข้าน้ำดื่มจากแดนไกล โดยขอให้เพื่อนส่งน้ำดื่มจำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์จากไต้หวันมายังประเทศไทย
เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำไหลบ่าเข้าท่วม จึงมีการสร้างกำแพงสูง 100 ซม. ที่บริเวณทางเข้าออกโรงงาน พนักงานจะอาศัยบันไดที่พาดจากหน้าต่างชั้นสองของตึกออกไปนอกกำแพงในการเข้า-ออก ผู้แทนไต้หวันประจำประเทศไทยในขณะนั้นก็ต้องปีนหน้าต่างเข้าไปที่ห้องทำงานเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมกัน
น้ำท่วมในครั้งนั้นสร้างความเสียหายอย่างมากต่อนักธุรกิจไต้หวัน บางรายสูญเสียทรัพย์สินที่สะสมมาชั่วชีวิต 10-20 ปี คุณกัวซิวหมิ่นเล่าว่า เธอได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนที่สะอื้นร้องไห้ จึงพยายามปลอบใจให้พวกเขามีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป

คุณกัวซิวหมิ่น (จากขวาคนที่ 2) ถ่ายรูปกับลูกสาว ในโอกาสได้รับรางวัลแม่ดีเด่น ประจำปีพ.ศ. 2557
คลายปมชีวิต จิตใจปลอดโปร่ง
ชีวิตดูเหมือนจะราบรื่น แต่คุณกัวซิวหมิ่นก็เคยผ่านความทุกข์ที่เกินบรรยาย เพราะเธอกับสามีไม่เข้าใจกัน ทั้งสองฝ่ายตกลงหย่าร้างกันในปีค.ศ.2000 ลูกทั้ง 4 คนถูกแบ่งแยกดูแล ความรู้สึกในฐานะแม่ของลูกมีความเจ็บปวดอย่างยิ่ง
คุณกัวเริ่มรู้จักหลักสูตรคาร์เนกี (Carnegie Training) ในปีค.ศ.2007 ก่อนที่จะมีโอกาสได้รู้จักกับหลักสูตรของมูลนิธิ Life Academy ในปีค.ศ.2008 ด้วยความที่เป็นคนรักการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จึงตัดสินใจบินจากประเทศไทยไปเข้ารับการอบรมถึงที่ไต้หวันด้วยตนเอง
ในขณะนั้น คุณกัวซิวหมิ่นได้รับเลือกให้เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ตัวอย่าง รุ่นที่ 16 จากสมาคมธุรกิจรุ่นใหม่จีนโพ้นทะเล สาธารณรัฐจีน ในด้านหนึ่งแม้เธอจะมองตัวเองเป็นคนเก่งและกำลังประสบความสำเร็จในชีวิต แต่กลับรู้สึกว่า เหตุใดชีวิตของเธอต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ที่ต้องเจอกับการหย่าร้าง เธอเริ่มทบทวนตนเอง เมื่อก่อนเธอเป็นคุณแม่ที่มีความเข้มงวด ต้องทำธุรกิจหาลูกค้า บริหารโรงงาน และยังต้องดูแลลูกๆ ในบ้าน จนเกิดความกดดันและเครียดจัด ทะเลาะกับสามีบ่อยๆ เธอจึงระบายอารมณ์กับลูกๆ ทำให้พวกเขาเติบโตภายใต้แรงกดดัน ถูกทำโทษจากเธอบ่อยๆ
หลังจากเข้ารับการอบรมในหลักสูตรของมูลนิธิ Life Academy เธอจึงได้รู้จักตัวเองมากขึ้น สามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ ตระหนักได้ว่าที่ไต่เต้าขึ้นสู่ระดับสูงเช่นนี้ได้ เพราะได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากคนรอบข้างมากมาย เธอตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตนเอง ปรับความสัมพันธ์แม่และลูก เธอส่งเสริมให้ลูกสาวรวมทั้งญาติพี่น้องรอบข้างไปเข้าหลักสูตรอบรมด้วย เพราะเธอได้รับประโยชน์อย่างมากจากการอบรม จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ให้กับผู้อื่น
ลูกสาวคือผู้ที่คอยให้กำลังใจอย่างแท้จริง ส่วนพนักงานในโรงงานคือผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้คุณกัวซิวหมิ่นทำงานสาธารณกุศลได้อย่างเต็มที่ ธุรกิจของบริษัทไทยเฟิง แม้ไม่ใหญ่โต มีพนักงานเพียง 170 กว่าคน ซึ่งล้วนแต่เป็นคนไทยทั้งสิ้น แม้พวกเขาพูดภาษาจีนไม่ได้ แต่อยู่เคียงข้างคุณกัวซิวหมิ่นเสมอ ช่วยให้เธอผ่านพ้นภาวะความยากลำบากจากเหตุการณ์หย่าร้างกับสามีได้ คุณกัวซิวหมิ่นบอกว่า ในวันวาเลนไทน์ปีถัดมาหลังการหย่าร้าง เมื่อเธอเดินเข้าไปในโรงงาน พนักงานเข้าแถวมอบดอกกุหลาบให้เธอคนละ 1 ดอก การทำเช่นนี้ ทำให้เธอซาบซึ้งถึงกับร้องไห้สะอื้น โรงงานแห่งนี้เปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ ทุกคนอยู่เคียงข้างเธอ ช่วยให้ผ่านช่วงแห่งความยากลำบากและสนับสนุนให้เธออุทิศตนเพื่อสังคมมากขึ้น
ค ณุ กวั ซวิ หมนิ่ ชว่ ยประสานนำคณะนกั แสดงผพู้ กิ ารจากไตห้ วนั ไปแสดงที่ประเทศไทย ได้รับการตอบรับจากผู้ชมอย่างคับคั่ง
ทุ่มเทเพื่อการกุศล ยินดีต่อการให้
แม้จะเป็นถึงประธานบริษัท แต่คุณกัวซิวหมิ่นเคยทำงานเป็นจิตอาสาของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นเวลาถึง 8 ปี ช่วยเหลือผู้เดินทางในเรื่องต่างๆ เมื่อมีนักกีฬาจากไต้หวันเข้าร่วมรายการแข่งขันกีฬาในประเทศไทย ก็มักจะพบเห็นคุณกัวซิวหมิ่นระดมพรรคพวกไปร่วมเชียร์ มือถือโทรโข่ง โบกธงชาติ ยืนอยู่ข้างสนามให้กำลังใจนักกีฬาเสมอ
คุณกัวซิวหมิ่นเคยช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาของประเทศไทยปีนขึ้นภูเขาอวี้ซัน (玉山) หรือที่แปลว่าภูเขาหยก ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในไต้หวัน เป็นล่ามให้ตลอดทางพร้อมทั้งพูดให้กำลังใจจนพิชิตยอดเขาปักธงไตรรงค์บนภูเขาอวี้ซันได้สำเร็จ เนื่องจากกิจกรรมปีนภูเขาอวี้ซัน ทำให้คุณกัวซิวหมิ่นได้พบกับคุณเฉินเหลียนเฉียว (陳濂僑) หนึ่งในสมาชิกกลุ่มศิลปินฮุ่นจั้ง (混障綜藝團) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของคนพิการที่มีความสามารถในการแสดง คุณกัวซิวหมิ่นได้เชิญพวกเขาไปแสดงที่ประเทศไทย จิตใจที่กล้าหาญและไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตของพวกเขา สร้างความประทับใจให้กับผู้ได้ชม ซึ่งรวมทั้งผู้ต้องขังเป็นจำนวนมาก
คุณกัวซิวหมิ่นมักจะบริจาคเงินสนับสนุนงานด้านการศึกษามากที่สุด ในแต่ละปีได้ให้ทุนการศึกษา ช่วยการก่อสร้างและจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนให้แก่โรงเรียน เธอเคยไปเยือนภาคเหนือของไทย พบเห็นนักเรียนอยู่ในสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ขาดแคลน เธอจึงให้การสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาแก่เด็กๆ ทางภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง
คุณเฉินหมิงเจิ้ง (陳銘政) อดีตผู้แทนไต้หวันประจำประเทศไทย เป็นบุคคลหนึ่งที่ใส่ใจต่อสถานการณ์ในภาคเหนือของไทย ท่านเห็นว่าการเสริมสร้างสัมพันธ์กับลูกหลานชาวจีนเหล่านี้จะต้องอาศัยการพยายามเข้าถึง ดังนั้น ในช่วงเวลา 5 ปี คุณกัวซิวหมิ่นจึงได้ไปเยือนภาคเหนือของไทยไม่น้อยกว่า 30 ครั้ง เพื่อสำรวจให้ความช่วยเหลือตรงตามความต้องการของพวกเขา
"ขอเชิญมาร่วมกันทำสิ่งที่ดีๆ" เป็นคำพูดติดปากคุณกัวซิวหมิ่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและมีชื่อเสียงในด้านงานการกุศล ทำให้ทุกครั้งที่เธอเชิญชวนร่วมกันบริจาคจะบรรลุเป้าหมายอย่างง่ายดาย แต่เธอก็บอกกับทุกคนว่า ควรไปภาคเหนือของไทยเพื่อไปดู ไปรับรู้ด้วยตนเอง จะได้รู้ว่าพวกเราโชคดีมากแค่ไหน และพร้อมที่จะเป็นผู้ให้ด้วยความยินดี
คุณกัวซิวหมิ่นได้รับรางวัลนับครั้งไม่ถ้วน ในปีค.ศ.2011 เธอได้รับรางวัลสตรีทํางานดีเด่น ประเภทสถานประกอบกิจการขนาดเล็ก จากกระทรวงแรงงาน รางวัลสตรีทำงานดีเด่นจังหวัดนครปฐม ประเภทสตรีนักบริหารดีเด่น และรางวัล Hua Kuang Award จาก Global Federation of Chinese Business Women: Outstanding Business Woman ในปี 2013 อย่างไรก็ตาม เธอไม่เคยลืมว่าการทำธุรกิจต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม กิจการมีขนาดใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญ ที่สำคัญคือรู้จักให้และการเสียสละ
"ทำในสิ่งที่พูด พูดในสิ่งที่ทำ" เป็นคติประจำใจ ไม่โอ้อวด เป็นตัวของตัวเองจึงจะพบความสุขและความสำเร็จได้ ทั้งหมดนี้คือ ผลึกทางสติปัญญาที่เราได้เรียนรู้จากคุณกัวซิวหมิ่น ผู้ผ่านประสบการณ์ความผันผวนของชีวิตมาอย่างโชกโชน
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
คุณกัวซิวหม่นิ ช่วยเหลือผ้พู ิการทางสายตาชาวไทยปีนภูเขา อวี้ซัน คณะสมาชิกถ่ายรูปร่วมกันที่ปากทางขึ้นภูเขา

คุณกัวซิวหม่นิ มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนเป็นประจำทุกปี ช่วยเหลือลูกหลานพนักงานและผู้ขัดสน

คุณกัวซิวหมิ่นได้รับรางวัล Hua Kuang Award จาก Global Federation of Chinese Business Women: Outstanding Business Woman ใน ปี 2013
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
น้ำท่วมใหญ่ในไทยปี 2011 คุณกัวซิวหมิ่นจัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย พนักงานใน โรงงานร่วมแรงร่วมใจ แจกกระสอบทรายและสิ่งของต่างๆ ให้แก่ผู้ประสบภัย