เริ่มจากการอบรมบุคลากรไปสู่การแบ่งปันข้อมูลแบบ “win-win”
“เบื้องหลังการพยากรณ์อากาศก็คือผลสำเร็จของศักยภาพด้านเทคโนโลยีของประเทศหนึ่ง” ฝงชินชื่อกล่าวว่า “ไต้หวันมีความก้าวหน้าในส่วนนี้ค่อนข้างมาก และสามารถส่งออกเทคนิคเหล่านี้ได้มากเช่นกัน” นอกจากนี้ ฝงชินชื่อยังบอกว่า บุคลากรของฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่จัดการได้แต่เพียงปัญหาสถิติพยากรณ์อากาศแบบง่าย ๆ เท่านั้น แต่ไม่สามารถจัดการกับสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงและมีความสลับซับซ้อน ส่วนสภาพภูมิอากาศกับสภาพอากาศ (Climate and weather) มีความแตกต่างกัน “สภาพภูมิอากาศหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศในช่วงเวลาสั้น ๆ มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก การพยากรณ์อากาศต้องมีความสามารถในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว”
ข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งสถานีตรวจอากาศที่ตั้งตามจุดต่าง ๆ รวบรวมและส่งกลับมา จะเป็นข้อมูลดิบซึ่งมีความสลับซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำฝน ความเร็วของลม ทิศทางของลม และความกดอากาศ ฯลฯ อาจารย์ฝงชินชื่ออธิบายว่า ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกคัดกรองและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร? ความจริงแล้วปมสำคัญของมันก็คือเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็คือสิ่งที่เป็นเทคนิคเฉพาะด้านของการพยากรณ์อากาศที่เรียกกันว่า “การผสานรวมข้อมูล” (data assimilation)
เมื่อมีการผสานรวมข้อมูลแล้ว ก็จะทำการถ่ายโอนข้อมูลลงไปในโปรแกรมการพยากรณ์อากาศในระบบคอมพิวเตอร์ แม้จะกล่าวได้ว่า รูปแบบการพยากรณ์อากาศของทั่วโลกจะเหมือน ๆ กัน แต่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามสภาพการณ์และเงื่อนไขทางสภาพภูมิอากาศของแต่ละพื้นที่ ผลที่ได้จึงจะใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงมากที่สุด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไต้หวันได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับระบบการกำหนดนโยบายการพยากรณ์อากาศที่ก้าวหน้าของไต้หวันเพื่อช่วยเหลือกรมอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ (Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration, PAGASA) จัดตั้งรูปแบบการพยากรณ์อากาศของตน และเสริมประสิทธิภาพในการทำงานเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยอบรมบุคลากรเกี่ยวกับการคำนวณปริมาณน้ำฝนโดยเรดาร์ การพยากรณ์อากาศทางทะเล และการพยากรณ์อากาศระยะสั้นให้แก่ฟิลิปปินส์
นอกจากความเชี่ยวชาญด้านการพยากรณ์อากาศแล้ว ศ. โจวฯ ยังได้นำเอาประสบการณ์ความร่วมมือ ระหว่างสำนักอนุรักษ์น้ำดินและการพัฒนาเกษตรกรรม กระทรวงเกษตรไต้หวัน ไปถ่ายทอดให้แก่ฟิลิปปินส์ ช่วยเหลือในการพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนที่จะตกในเขตภูเขา จัดตั้งสถานีวัดปริมาณน้ำฝน รวบรวมข้อมูลดิบเกี่ยวกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา เพื่อสร้างพื้นฐานให้แก่การจัดตั้งระบบเตือนภัยดินโคลนถล่มแบบทันท่วงที
เมื่อมีการให้ก็มีการตอบแทน ฟิลิปปินส์ได้แบ่งปันข้อมูลที่ได้จากเรดาร์ และข้อมูลที่ได้จากสถานีตรวจอากาศให้แก่ไต้หวันด้วยเช่นกัน ช่วยให้ไต้หวันสามารถพยากรณ์ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่นได้ล่วงหน้า และพยากรณ์อากาศได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ศ. โจวฯ ได้ยกตัวอย่างพายุไต้ฝุ่น Meranti ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2016 ก็เป็นการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากเรดาร์ของไต้หวันและฟิลิปปินส์ เพื่อสร้างแผนภาพเรดาร์พายุไต้ฝุ่นที่สมบูรณ์แบบ ข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข้อมูลโดยตรงนี้ ทำให้ไต้หวันสามารถจัดตั้งกลไกการป้องกันจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นจากพายุไต้ฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์

ศ. โจวจ้งต่าว ให้ความช่วยเหลือฟิลิปปินส์ติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำฝน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา และนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญของระบบเตือนภัยดินหินโคลนถล่มแบบทันท่วงที

รวบรวมข้อมูลเรดาร์จากไต้หวันและฟิลิปปินส์ ก่อนจะวาดออกมาเป็นภาพการเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่น “มรกต” ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นรุนแรงในปี ค. ศ. 2016 (ภาพโดย กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวัน)