จางเหวินผิง นายกสมาคมไทย-ไต้หวัน ผู้บุกเบิกอาณาจักรเคมีและสีสำหรับสิ่งทอ ที่เปี่ยมด้วยจิตอาสา
เนื้อเรื่อง‧เฉินฉวินฟัง ภาพ‧จางเหวินผิง แปล‧แสงชัย กิตติภูมิวงศ์
เมษายน 2017
三十多年前一波泰國華僑延攬台灣人才的風氣,許多擁有技術的台灣人拿著應聘護照、一張機票隻身前往異地打拚。如今這群台灣人多已在泰國生根、事業有成,泰國台灣會館主席張文平也是當年的前鋒之一,白手成立大展染化集團,事業版圖跨足全球,海派又樂於服務的他,在事業經營之餘,更在泰國台灣會館服務超過三十年,成為泰國僑胞最堅實的後盾。
ในยุค 30 ปีที่แล้ว นักธุรกิจเชื้อสายจีนในไทยนิยมว่าจ้างช่างหรือผู้เชี่ยวชาญจากไต้หวันเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ ชาวไต้หวันที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมากสมัครไปทำงาน ซื้อตั๋วเครื่องบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปต่อสู้บุกเบิกยังต่างแดน ในกลุ่มคนเหล่านี้ มีจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จ ลงรากปักฐานในประเทศไทย กิจการก้าวหน้า ซึ่งรวมทั้งคุณจางเหวินผิง (張文平) นายกสมาคมไทย-ไต้หวัน ผู้ก่อตั้งบริษัท สยามโปร ดายเคม กรุ๊ป (大展染化集團 : SIAM PRO DYECHEM GROUP) เริ่มธุรกิจจากมือเปล่าจนขยายกิจการไปทั่วโลก เป็นคนที่ใจกว้างและเสียสละ นอกจากดูแลธุรกิจของตนแล้ว ยังได้อุทิศเวลาให้แก่สมาคมไทย-ไต้หวัน เกินกว่า 30 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนที่เข้มแข็งมั่นคงของชาวไต้หวันในประเทศไทย
เมื่อ 25 ปีที่แล้ว หลังปลดประจำการจากทหารเกณฑ์ คุณจางเข้าไปทำงานในบริษัทเคมีภัณฑ์แห่งหนึ่ง ในขณะนั้นทางบริษัทร่วมมือกับนักธุรกิจในประเทศไทยในธุรกิจสารช่วยการฟอกย้อม เถ้าแก่เห็นว่าเขาเป็นคนตั้งใจทำงาน เอาจริงเอาจัง จึงส่งตัวไปประเทศไทย คุณจางยังหนุ่มมีความกล้าหาญ ไม่ได้คิดอะไรมากจึงตัดสินใจออกเดินทาง การไปประเทศไทยในยุคนั้น จะต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง บินข้ามทะเลไปยังกรุงเทพฯ คุณจางนึกย้อนหลังวันที่ลงจากเครื่องบิน อากาศร้อนอบอ้าว แม้ว่าเพิ่งจะมีฝนตกหนัก จึงรู้ว่าที่นี่ภูมิอากาศไม่เหมือนไต้หวัน และตระหนักว่าจะต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งในการปรับ ตัว รวมทั้งยังมีเรื่องข้างหน้าที่ท้าทายอีกมากรออยู่

วิจัยพัฒนาสารช่วยย้อมให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้าของ สยามโปร ดายเคม เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก เป็นผู้นำในวงการสี และเคมีสำหรับสิ่งทอในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ (ภาพจากคุณจาง เหวินผิง)
พบนางในดวงใจ ร่วมกันบุกเบิกธุรกิจ
ในตอนนั้นคุณจางพูดภาษาไทยไม่ได้เลยแม้เพียงคำเดียว เพื่อปรับตัวเข้ากับการทำงานให้เร็วที่สุด จึงได้หาครูสอนภาษาไทยทางหนังสือพิมพ์ ได้พบชาวไทยเชื้อสายจีนที่สอนภาษาไทย ครูดูแลคุณจางซึ่งไม่คุ้นเคยกับประเทศไทย โดยเชิญไปเป็นแขกที่บ้าน ทำให้เขาได้พบกับน้องสาวของคุณครูซึ่งเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย และต่อมาได้กลายเป็นคู่ชีวิตของเขา
ต่อมา บริษัทที่คุณจางทำงานอยู่ แยกธุรกิจกับหุ้นส่วนในประเทศไทย คุณจางเห็นว่าเศรษฐกิจในไทยกำลังจะพุ่งทะยาน อีกทั้งตนเองมีภรรยาเป็นคนไทย เขาจึงตัดสินใจบุกเบิกธุรกิจด้วยเงินสะสมเพียง 3 แสนบาท เริ่มต้นจากธุรกิจค้าขายสารเคมีและสีสำหรับสิ่งทอ เพื่อประหยัดต้นทุนจึงใช้บ้านเป็นสำนักงาน ไม่ซื้อเฟอร์นิเจอร์ ใช้ตู้เสื้อผ้าพลาสติกแบบง่ายๆ นอนบนเสื่อ ในสำนักงานมีโต๊ะ 1 ตัว พิมพ์ดีด 1 เครื่อง พนักงานมีเพียงคนเดียวคือภรรยาของเขาเอง
เมื่อธุรกิจการค้าเริ่มอยู่ตัว คุณจางจึงก่อตั้งโรงงานผลิตสีและสารช่วยย้อม เนื่องจากทำงานด้านสีและเคมีสำหรับสิ่งทอมาตั้งแต่ปลดประจำการจากทหารเกณฑ์จึงมีความชำนาญ มีการขยายธุรกิจเติบโตเรื่อยมาจนกลายเป็นอาณาจักรโรงงานขนาดใหญ่ ผลิตสีและเคมีสำหรับสิ่งทอภายใต้นาม บริษัท สยามโปร ดายเคม กรุ๊ป
โรงงานผลิตเคมีภัณฑ์สำหรับสิ่งทอทั่วไปมักจะมีปัญหามลพิษของเสีย แต่บริษัท สยาม โปร ดายเคม กรุ๊ป ไม่มีปัญหาเช่นนี้ คุณจางยึดมั่นในคุณธรรม ทุ่มงบจัดซื้ออุปกรณ์บำบัดน้ำเสียให้เหลือมลพิษต่ำที่สุด น้ำที่ผ่านการบำบัดมีมาตรฐานสูงนำไปเลี้ยงปลาได้ เนื่องจากให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม บริหารโรงงานด้วยมาตรฐานสูง ทำให้ห้องปฏิบัติการของเขา ได้รับการรับรองจากมาตรฐานสูงสุดของยุโรป ได้แก่มาตรฐาน Bluesign โดยเป็นบริษัทแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านมาตรฐานดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าคุณจางให้ความสำคัญกับการบริหารบุคลากร กระบวนการผลิต และการบำบัดของเสีย ขั้นตอนทุกอย่างสอดคล้องมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า การยึดมั่นทำสิ่งที่ดีที่สุด ส่งผลให้กิจการเคมีภัณฑ์สำหรับสิ่งทอของคุณจางขยายใหญ่โตขึ้นเป็นลำดับ มีบริษัทสาขาอยู่ในอินโดนีเซียและบังกลาเทศ
มีลูกค้าครอบคลุมทั้งในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และอิหร่าน

วิจัยพัฒนาสารช่วยย้อมให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้าของ สยามโปร ดายเคม เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก เป็นผู้นำในวงการสี และเคมีสำหรับสิ่งทอในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ (ภาพจากคุณจาง เหวินผิง)
ด้วยใจแห่งบริการ คืนกำไรแก่สังคม
คุณจางเป็นคนใจกว้าง ซึ่งเป็นคุณลักษณะทั่วไปของชาวไต้หวันที่ยินดีให้ความช่วยเหลือผู้อื่น นอกจากบริหารธุรกิจ ยังได้แบ่งเวลาทำงานจิตอาสา เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกิตติมศักดิ์สมาคมนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทย นายกสมาคมโรตารีบางนา และเป็นรองนายกสมาคมไทย-ไต้หวันเกินกว่า 6 สมัย กรรมการตรวจสอบ 2 สมัย บำเพ็ญสาธารณประโยชน์มานานกว่า 30 ปี เมื่อปีที่แล้วได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมไทย-ไต้หวัน ซึ่งเป็นองค์กรชาวไต้หวันแห่งแรกในประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี 1946 ทำหน้าที่ในการเชื่อมสัมพันธ์ในกลุ่มชาวไต้หวันในประเทศไทย ในแต่ละปีจะมีการจัดงานสโมสรสังสรรค์ มอบเงินสงเคราะห์คนชรา และให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนยากจน ส่งเสริมเด็กๆ มุ่งมั่นการเรียน
สมาคมจะจัดงานเทศกาลประจำปี โดยนักธุรกิจไต้หวันออกร้านขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป สินค้าเกษตร กระเป๋าเดินทาง เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ขายในราคาต้นทุนเพื่อเป็นการคืนกำไรให้แก่สังคม เชิญชวนให้ชาวไต้หวันและชาวไทยมาซื้อสินค้าดีราคาถูก เป็นการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างกัน
ที่ผ่านมา เคยมีข่าวชาวไต้หวันในประเทศต่างๆ ถูกทำร้ายจากกลุ่มต่อต้านชาวจีน เพื่อเป็นการดูแลเพื่อนชาวไต้หวันในไทย สมาคมจึงได้จัดตั้งหน่วยอาสาสมัครรักษาการประจำโรงงาน คัดเลือกจากบุคคลที่มีประวัติดี ผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานตำรวจของไทย ช่วยเหลือตระเวนรักษาความปลอดภัยในโรงงานของชาวไต้หวัน และมีการตั้งหน่วยงานจิตอาสาประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วยเหลือกองตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในการเป็นล่าม เป็นบริการที่ประทับใจของชาวไต้หวันและชาวต่างชาติที่เดินทางไปประเทศไทย
คุณจางเพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมไทย-ไต้หวัน แต่ต้องรับภาระใหญ่จัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 70 ปี การก่อตั้งสมาคม คุณจางขอให้ ศ.หลินเหวินไห่ (林文海) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยตงไห่ (Tunghai University) ออกแบบป้ายที่ระลึกนำเข้าจากไต้หวันมาประเทศไทย คุณจางบอกว่า สมาคมไทย-ไต้หวันให้ความสำคัญต่อหลักการและกฎเกณฑ์สังคม ผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานจะต้องผ่านประสบการณ์ทำงานบริการที่สมาคมระยะหนึ่ง มีความเข้าใจงาน จึงจะขึ้นเป็นนายกสมาคมให้บริการสมาชิกได้ คุณจางได้เชิญนายกสมาคมรุ่นก่อนๆ ร่วมงานฉลอง โดยออกแบบแคปซูลกาลเวลาให้ผู้ที่มาร่วมงานเขียนความหวังและความปรารถนาปิดผนึกเก็บไว้ในป้ายที่ระลึก กำหนดว่าอีก 29 ปีข้างหน้า ในวาระฉลอง 99 ปี สมาคมไทย-ไต้หวันจึงจะเปิดออกมาดู ก่อนที่จะถึงเวลานั้น ขอให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีงาม ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินแห่งไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ส่งดินเหนียวปิดผนึกมา 1 ถุง เก็บไว้ในแคปซูลนี้ด้วย เป็นสัญลักษณ์ไต้หวันคือถิ่นบ้านเกิดที่ยั่งยืนของชาวไต้หวันในต่างประเทศ ส่วนสมาคมไทย-ไต้หวันก็คือบ้านของชาวไต้หวันในประเทศไทย ป้ายที่ระลึกที่สร้างขึ้นจึงไม่เป็นเพียงป้ายที่แข็งทื่อเท่านั้น แต่กลายเป็นสิ่งที่มีชีวิตชีวาและมีพลังแห่งการก้าวไปข้างหน้า
คุณจางปักหลักตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยผ่านไป 40 ปี มีลูกสาว 1 คน ลูกชาย 2 คน ล้วนจบการศึกษาแล้ว และเข้าช่วยงานในบริษัทตามความถนัดของแต่ละคน ทำให้คุณจางใช้เวลาส่วนใหญ่กับการดูแลสมาคมไทย-ไต้หวัน ให้บริการแก่สมาชิก เมื่อไม่นานมานี้คุณจางได้เลื่อนสถานะเป็นคุณตา จึงใช้เวลาเล่นกับหลานบ้าง แต่ยืนยันว่าจะสละเวลาให้บริการชาวไต้หวัน เป็นผู้สนับสนุนที่เข้มแข็งมั่นคงสำหรับชาวไต้หวันตลอดไป

คุณจางเหวินผิงภาคภูมิใจที่ลูกๆ ช่วยดูแลธุรกิจตามความถนัด ทั้งใน ด้านการจัดซื้อ การวิจัยพัฒนา และการบริหาร (ภาพจากคุณจางเหวินผิง)

คุณจางเหวินผิงเข้ารับภารกิจสำคัญในตำแหน่งนายกสมาคมไทย- ไต้หวัน จัดกิจกรรมกีฬาสนุกสนานร่วมกัน (ภาพจากคุณจางเหวินผิง)
งานฉลอง 70 ปี สมาคมไทย-ไต้หวัน จางเหวินผิง นายกสมาคมฯ ตั้งเป้าหมายให้กิจการสมาคมดำเนินไปอย่างยั่งยืน นำพาสมาชิกมุ่งสู่อนาคตโชติ ช่วงชัชวาล (ภาพจากคุณจางเหวินผิง)