จุดประกายพลังชีวิตให้กับท้องถิ่น
MCH ไม่ได้เพียงสร้างเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น หากแต่ยังเปรียบเสมือนการถักทอสายใยเครือข่ายที่ละเอียด แน่นแฟ้น และแผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง กู่สูซวิน (古淑薰) รองศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม แห่งมหาวิทยาลัย National Pingtung University (NPU) กล่าวถึงบทบาทของ MCH ไว้ว่า MCH ใช้โครงการสนับสนุนด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นกลไกในการเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายพื้นที่ ขณะเดียวกัน การแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาของโครงการ หากแต่ยังสามารถ ต่อยอดจนกลายเป็นแรงบันดาลใจและจุดประกายความมุ่งมั่น ที่ทำให้อิทธิพลของงานศิลปวัฒนธรรมแผ่ขยายไปได้ไกลและยาวนานยิ่งขึ้น
ประเด็นนี้ยิ่งสะท้อนความรู้สึกของ กู่สูซวิน ผู้ซึ่งเข้าร่วมโครงการของ MCH มาแล้วถึงสองครั้ง ในฐานะนักวิชาการด้านนโยบายวัฒนธรรม เธอเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารการประชุมวัฒนธรรมแห่งชาติ และคุ้นเคยกับข้อเสนอและความคาดหวังของผู้ทำงานในภาคสนามเป็นอย่างดี ทว่าคำถามสำคัญที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจเสมอคือ จะสามารถเปลี่ยนกรอบแนวคิดจากนโยบายด้านวัฒนธรรมไปสู่การปฏิบัติในระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริงได้อย่างไร
แม้เธอจะหลงใหลในนโยบายวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพียงใด แต่กลับพบว่าสำหรับนักศึกษาจำนวนมาก ประเด็นด้านวัฒนธรรมยังคงเป็นเรื่องไกลตัวอยู่เสมอ คำถามจึงผุดขึ้นในใจของกู่สูซวินว่า จะทำอย่างไรให้นโยบายวัฒนธรรมขยับเข้ามาใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น และจะทำอย่างไรให้แววตาของนักศึกษาเปล่งประกายด้วยความสนใจอีกครั้ง
กระทั่งปี 2019 กู่สูซวินได้รับเชิญจากศูนย์วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ให้เดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าร่วมเวิร์กช็อป นับเป็นครั้งแรกที่เธอได้ก้าวลงสู่ผืนแผ่นดินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางบริบทที่ทรัพยากรด้านวัฒนธรรมมีอยู่อย่างจำกัด เธอกลับได้เห็นพลังของผู้สร้างสรรค์ในภูมิภาคนี้ ที่พยายามใช้ทุกวิถีทาง เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ อย่างไม่ย่อท้อ กู่สูซวินกล่าวว่า ศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่เหล่านี้เปล่งประกายด้วยพลังชีวิตอย่างน่าทึ่ง และมอบแรงบันดาลใจให้ฉันอย่างมาก
ด้วยความประทับใจจากประสบการณ์ที่กรุงพนมเปญ มหาวิทยาลัย NPU ผลักดันภารกิจมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม (USR) จึงเปิดโอกาสให้กู่สูซวินพานักศึกษาออกไปเรียนรู้จากพื้นที่จริงในชุมชน เธอพานักศึกษาลงพื้นที่ในชุมชนฟางเหลียวเพื่อเก็บข้อมูลภาคสนาม โดยทำงานร่วมกับเยาวชนในท้องถิ่น ทั้งการสำรวจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จัดเวทีเสวนาพลเมืองทางวัฒนธรรม ไปจนถึงการจัดคอนเสิร์ตดนตรีของชุมชน กู่สูซวินเล่าพร้อมรอยยิ้มว่า คอนเสิร์ตพลังชีวิตไม่สิ้นสุด ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปีที่สี่แล้ว และกลายเป็นกิจกรรมที่ผู้สูงอายุในชุมชนตั้งตารอทุกครั้ง
สิ่งที่น่ายินดียิ่งกว่านั้น คือบรรดานักศึกษาที่เคยเดินเข้าสู่ชุมชนไปพร้อมกับกู่สูซวินในวันนั้น วันนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการทำงานพัฒนาพื้นที่ โดยเข้าร่วมทำงานกับมูลนิธิ Lovely Taiwan Foundation องค์กรที่มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังร่วมกันจัดงาน Spring Tide Festival (春潮集) เพื่อส่งต่อพลังศิลปวัฒนธรรมที่ช่วยเขย่าและปลุกชีวิตของพื้นที่ให้ดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งหมดนี้ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากแรงบันดาลใจที่ก่อเกิดขึ้น ณ กรุงพนมเปญในวันนั้น MCH ทำให้ฉันได้มองเห็นพลังของศิลปะและวัฒนธรรม—สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ว่าเราจะเลือกจุดประกายมันอย่างไร กู่สูซวิน กล่าวทิ้งท้าย
เพื่อนของเพื่อน คือชื่อของนิทรรศการที่ MCH จัดขึ้นที่ Huashan 1914 Creative Park เมื่อปี ค.ศ. 2024 ที่ผ่านมา เพื่อถ่ายทอดภาพความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรมที่ MCH และเครือข่ายศิลปะของไต้หวันได้สั่งสมร่วมกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี หลี่ฮุ่ยเจิน เล่าพร้อมรอยยิ้มว่า คำว่า เพื่อนของเพื่อน ฟังดูเรียบง่ายธรรมดา หากแต่กลับสะท้อนความเป็นจริงได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะเมื่อผู้คนกลายเป็นเพื่อนกัน ความเข้าใจและความห่วงใยจะค่อย ๆ ก่อตัว จากนั้นจึงชวนกันต่อยอด แนะนำประเด็นที่สนใจให้แก่เพื่อนของเพื่อนต่อไป ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการสื่อสารที่เข้าถึงแก่นและขยายวงกว้างออกไปได้อย่างเป็นธรรมชาติและทรงพลังอย่างยิ่ง
Sean จากประเทศลาว เดินทางมาไต้หวันเป็นครั้งแรกตามคำเชิญของเวิร์กช็อปที่ มหาวิทยาลัย NTUST และยังนัดหมายกับหลี่ฮุ่ยเจินว่าจะกลับมาอีกครั้งเพื่อร่วมงานเทศกาลศิลปะบนชายฝั่งตะวันออกของไต้หวันในโอกาสถัดไป ขณะเดียวกัน เวลา อมตธรรมชาติ จากประเทศไทย ก็ยังคงศึกษางานของโรงเรียนชุมชนชนพื้นเมืองในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ด้วยความหวังว่าจะค้นพบแนวทางการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเกื้อกูลและยั่งยืน ทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของศูนย์วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ที่อาศัยไต้หวันเป็นฐานในการถักทอเครือข่ายการแลกเปลี่ยนของผู้ทำงานศิลปวัฒนธรรมทั่วเอเชีย ขยายอิทธิพลของงานสร้างสรรค์ และจุดประกายการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่โลกซึ่งเติบโตไปพร้อมกันอย่างเกื้อกูลและยั่งยืน

กู่สูซวิน (แถวหน้า ลำดับที่ 2 จากขวา) พานักศึกษาไปที่ชุมชนฟางเหลียว พร้อมร่วมกันจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตพลังชีวิตไม่สิ้นสุด ซึ่งคอนเสิร์ตดังกล่าวได้กลายเป็นงานศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชน (ภาพโดย กู่สูซวิน)

โถงทางเดินของมหาวิทยาลัย NTUST ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ชั่วคราวของ
โรงภาพยนตร์ไม้หลังเล็ก ที่ฉายภาพยนตร์จากลุ่มน้ำโขง จุดประกายความสนใจ และความอยากรู้อยากเห็นของนักศึกษาต่อประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้