ชาชิวสุ่ยแห่งตระกูลหลัว ชาที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสังคม
เฉาก๊วยสามารถนำมาต้มเดี่ยว ๆ เพื่อทำเป็นน้ำเฉาก๊วยได้ แต่ในย่านเมืองเก่าของนครไทจง มีเครื่องดื่มสมุนไพรที่ถือเป็นตำนานมายาวนานกว่า 60 ปี นั่นคือ ชาชิวสุ่ยแห่งตระกูลหลัว (羅氏秋水茶) ซึ่งเป็นน้ำจับเลี้ยงสูตรผสมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
หลัวม่งจื่อ (羅孟芷) ทายาทรุ่นที่สามของตระกูลหลัว เล่าถึงภูมิลำเนาของครอบครัวที่มีถิ่นกำเนิดมาจากฮกเกี้ยน และมีอาชีพเป็นแพทย์แผนโบราณสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน แต่จู่ ๆ ก็เกิดการระบาดของโรคติดต่อ บรรพบุรุษของตระกูลคือ หลัวชิวสุ่ย ได้คิดค้นสูตรยาน้ำเพื่อแบ่งปันให้ชาวบ้านในละแวกนั้น ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาการระบาดของโรค จึงได้เกิดชื่อ “ชาชิวสุ่ย” ขึ้นมา
หลัวฮั่นผิง คุณปู่ของหลัวม่งจื่อ ได้อพยพมายังไต้หวันพร้อมกับรัฐบาลสาธารณรัฐจีน ก่อนจะมาตั้งถิ่นฐานในไทจง ท่านได้นำสูตรยาสมุนไพรของครอบครัวมาปรับให้เข้ากับสภาพอากาศของไต้หวัน โดยทำให้เหมาะสมกับทุกสภาพร่างกาย พร้อมทั้งเพิ่มชาอูหลงที่ปลูกบนเขาสูงของไต้หวันเข้าไปในสูตร “ชาวฮั่นมีความเชื่อเรื่องการบำรุงร่างกายด้วยอาหาร และในเปิ๋นเฉ่ากังมู่ (ตำราสมุนไพรจีน) ชายังถือว่าเป็นสมุนไพรที่ดีในการช่วยลดอาการร้อนในได้อีกด้วย” หลัวม่งจื่ออธิบาย
“ในขณะนั้น เศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มีแรงงานจำนวนมากต้องทำงานกลางแจ้ง คุณปู่คิดว่าชาชนิดนี้เหมาะที่สุดสำหรับผู้ใช้แรงงานที่ต้องทำงานท่ามกลางแสงแดดจัด เพื่อช่วยดับร้อนและเติมความสดชื่น แต่เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นชนชั้นแรงงาน ราคาจึงต้องไม่สูงมากนัก ดังนั้นจึงเลือกใช้กลยุทธ์ขายในราคาถูก โดยเน้นการขายในปริมาณมาก”
ในช่วงแรก ชาชิวสุ่ยแห่งตระกูลหลัวฯ วางจำหน่ายผ่านร้านขายหมากริมถนน ผู้คนมักมารวมตัวกันที่ร้านหมากเพื่อพูดคุยและดื่มอะไรเย็น ๆ คลายร้อน หลัวม่งจื่อเล่าว่า คุณปู่หลัวฯ ที่เป็นผู้มองการณ์ไกลได้คิดค้นกลยุทธ์ที่ล้ำสมัยในยุคนั้น โดยสั่งผลิตตู้เย็นจำนวนหนึ่งและเจรจาตกลงกับร้านขายหมากเหล่านั้นว่า “ขอเพียงขายชาชิวสุ่ยในร้าน ก็จะให้ยืมตู้เย็นเพื่อแช่เครื่องดื่มอื่น ๆ ได้ด้วย” ด้วยวิธีนี้ คุณปู่สามารถขยายช่องทางการขายชาชิวสุ่ยไปยังร้านขายหมากกว่า 500 แห่งในไทจง แสดงให้เห็นถึงความเฉียบแหลมในด้านการตลาดของคุณปู่หลัวฯ
นี่คือชาที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ในช่วงแรกเริ่ม ชาชิวสุ่ยมีรูปแบบเป็นชาอัดก้อน ให้ลูกค้าซื้อกลับไปชงเองที่บ้าน ต่อมาเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนเริ่มมองหาความสะดวกสบายและต้องการดื่มเครื่องดื่มสำเร็จรูป ชาชิวสุ่ยจึงเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์แบบขวดแก้ว แต่การใช้ขวดแก้วมักจะมีปัญหาในการขนส่ง เพราะแตกง่ายและมีข้อกังวลด้านสุขอนามัย ในช่วงกว่า 30 ปีก่อน จึงเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์แบบถุงอะลูมิเนียมฟอยล์แทน แต่ถุงอะลูมิเนียมฟอยล์สามารถเก็บรักษาได้เพียง 5 วันเท่านั้น ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบกระป๋องเปิดง่าย (Easy-open can) ที่สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 2 ปี บรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างกับกระบวนการที่ไม่เหมือนกัน ทำให้รสชาติเปลี่ยนไปเล็กน้อย
การใช้กระป๋องเหล็กเคลือบดีบุกแบบเปิดง่าย (Easy-open can) ต้องผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูง ซึ่งทำให้น้ำตาลทรายในชาชิวสุ่ยถูกความร้อนจนไหม้ ส่งผลให้รสชาติเปลี่ยนแปลงไป เพื่อแก้ปัญหานี้ ทางร้านจึงเปลี่ยนไปใช้น้ำตาลกรวดที่มีจุดหลอมเหลวสูงกว่าน้ำตาลทรายแทน
ส่วนผสมของชาชิวสุ่ยนั้นเรียบง่าย ประกอบด้วย มะระขี้นก, เฉาก๊วย, ฮอว์ธอร์น, เปลือกส้มแห้ง, ใบสะระแหน่ ที่ล้วนมีสรรพคุณช่วยดับร้อนและแก้ร้อนใน และเพิ่มชาอูหลงที่ปลูกในไต้หวันเข้าไปเพื่อเพิ่มรสชาติ แต่ความยุ่งยากอยู่ที่กระบวนการผลิต หลัวม่งจื่ออธิบายว่า หลังจากได้วัตถุดิบมาแล้ว ต้องแบ่งออกมาล้างทีละส่วน จากนั้นนำไปตากแดดในช่วงฤดูร้อน “ไม่เหมาะที่จะอบในเตาอบหรือใช้รังสีอินฟราเรด หรือแม้แต่การคั่วในเตาไฟฟ้า ต้องใช้วิธีตากแดดเท่านั้น หากไม่ตากแดด รสชาติจะเพี้ยนไป”
ดังนั้นวัตถุดิบทั้งหมดต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ฤดูร้อนของปีก่อน หลังจากฟังเรื่องราวเบื้องหลังจากหลัวม่งจื่อแล้ว เราจึงเข้าใจว่าการจะรักษารสชาติดั้งเดิมที่ต้นตระกูลได้คิดค้นเอาไว้ ต้องอาศัยความพยายามและความมุ่งมั่นมากเพียงใด
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
เฉาก๊วยยังสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้ เช่น ซุปไก่เฉาก๊วย ทั้งนี้ ในภาพคือ หมี่เย็นเฉาก๊วย
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
ชาชิวสุ่ยของตระกูลหลัวคือตำนานแห่งเขตเมืองเก่าของไทจงที่สืบทอดกันมานานกว่า 60 ปี วางจำหน่ายในรูปแบบบรรจุภัณฑ์หลากหลาย เช่น ชาแบบซอง, แบบถุงฟอยล์ และ กระป๋องแบบเปิดง่าย
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
หลัวม่งจื่อโชว์ตู้เย็นที่คุณปู่ของเธอทำขึ้นในสมัยนั้น เพื่อให้ร้านขายหมากยืมไปใช้งาน ตอกย้ำถึงความเฉลียวฉลาดทางธุรกิจของคุณปู่ ที่ใช้วิธีนี้ในการกระจายสินค้าไปยังร้านขายหมากได้มากกว่า 500 แห่งทั่วเมืองไทจง
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
ชาวไต้หวันชื่นชอบเฉาก๊วยเป็นอย่างมาก จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น น้ำเฉาก๊วยชนิดผงชงได้ทันที, ชาเฉาก๊วย, เฉาก๊วยแบบเยลลี่ และเฉาก๊วยต้มชนิดผงสำเร็จรูป