เล่าขานเรื่องราวในอดีตเมื่อร้อยปีก่อน
ในอดีต (ยุคญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน) บ้านนิทานหยุนหลิน (Yunlin Storyhouse) คือบ้านพักผู้ตรวจการเขตหูเหว่ยที่ถูกจัดให้เป็นโบราณสถานระดับเมือง ในขณะที่ทีมงานฯ ก้าวเข้าไปในบ้านนิทานหยุนหลิน คุณหลิวฉวนจือ (劉銓芝) อดีตผู้อำนวยการกองวัฒนธรรมเมืองหยุนหลินติดต่อกัน 2 สมัย กำลังนั่งจิบชาพลางสนทนาอยู่กับคุณถังลี่ฟาง (唐麗芳) ผู้ก่อตั้งสมาคมคนเล่านิทานและบรรณารักษ์บ้านนิทานหยุนหลิน คุณหลิวฉวนจือแนะนำว่า “บ้านนิทานของอาจารย์ถังฯ คือต้นแบบที่ดีที่สุดของการคืนชีวิตใหม่ให้แก่อาคารเก่าของเมืองหยุนหลิน”
คุณหลิวฉวนจืออธิบายว่า “ในยุคญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน อาคารที่รวมหน่วยงานราชการและหอพัก ที่บริเวณหัวมุมของฝั่งตรงข้าม ถือเป็นสถานที่ทำการรวมของที่ทำการตำบล หน่วยดับเพลิงและสถานีตำรวจ ปัจจุบัน เมื่อเดินเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศในการอ่านหนังสือและกลิ่นหอมของกาแฟ นี่คือคุณค่าของการเก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์”
การเข้ามาเปิดตัวของร้านหนังสือเฉิงผิ่น (Eslite) และร้านกาแฟสตาร์บัคส์ ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์เดิมของสถาปัตยกรรม ก่อให้เกิดรูปแบบวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างการซื้อหนังสือ อ่านหนังสือและจิบกาแฟภายในอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ “ประกอบกับหูเหว่ยมีวัฒนธรรมหุ่นกระบอกไต้หวันหรือปู้ไต้ซี่ (布袋戲) และทางรถไฟของโรงงานน้ำตาลไต้หวันที่มีความกว้างเพียงครึ่งหนึ่งของทางรถไฟมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันในไต้หวันเหลืออยู่เพียงแห่งเดียว และยังสามารถผนวกรวมกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ยุคเดียวกันในละแวกใกล้เคียงอีกจำนวนมาก ต่างก็ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้วยการทำเป็นร้านอาหาร หอพักและร้านหนังสืออิสระ ปัจจุบันหูเหว่ยกลายเป็นแหล่งวัฒนธรรมสำคัญของเมืองหยุนหลิน” คุณหลิวฉวนจือเล่าด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและอิ่มเอมใจ
เมื่อปั่นจักรยานเข้าไปในซอยเล็ก ๆ ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง สามารถมองเห็นบ้านหนังสือชื่อ “บ้านหูเหว่ย SALON” ซึ่งเป็นอาคารทรงญี่ปุ่นผสมตะวันตกตามสถาปัตยกรรมในสไตล์มงกุฎจักรพรรดิ (Imperial Crown Style) มีความสวยงามยิ่งนัก ชายคาเป็นประติมากรรมสไตล์จีนกับตะวันออก ลายฉลุหน้าต่างเป็นรูปทรงโค้งมนสไตล์อาหรับ ส่วนของหลังคาเลือกใช้หลังคาทรงจั่วซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมยุคราชวงศ์ถัง ที่ดูราวกับถูกสวมด้วยมงกุฎจักรพรรดิ อันเป็นที่มาของชื่อสถาปัตยกรรมสไตล์มงกุฎจักรพรรดินั่นเอง
เจ้าของบ้านหูเหว่ย SALON คือคุณหวังลี่ผิง (王麗萍) เป็นคนรักหนังสือ รักการอ่านหนังสือและห่วงใยวัฒนธรรมท้องถิ่นของหยุนหลิน เธอหวังว่าบ้านหนังสือจะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนรู้จักคิดใคร่ครวญด้วยตนเอง หนังสือที่วางอยู่บนชั้นวางตามทางเดินภายในบ้าน คุณหวังลี่ผิงจะเป็นคนคัดสรรเองทุกเล่ม นอกจากนี้ เธอยังจัดการสัมมนาทางวัฒนธรรมขึ้นในบ้านหนังสือแห่งนี้บ่อย ๆ ทำให้บ้านหนังสือแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่า เป็นพื้นที่ซึ่งเปิดกว้างและให้การยอมรับซึ่งกันและกัน

คุณหลิวฉวนจือ (ซ้าย) เห็นว่า วิธีที่มีความหมายที่สุดก็คือวิธีการของคุณถังลี่ฟาง (ขวา) ที่ใช้บ้านนิทานเป็นสถานที่จัดการแลกเปลี่ยนด้านศิลปวัฒนธรรม ถือเป็นการชุบชีวิตใหม่ให้แก่สถาปัตยกรรมเก่าแก่ยุคญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน

เพราะรักผืนแผ่นดินหยุนหลิน คุณเลี่ยวรุ่ยเซิงจึงยืนหยัดในการทำเกษตรอินทรีย์ ทุกวันนี้ เขายังลงไปตรวจดูผักกินใบทุกต้นในโรงเรือนด้วยตนเองทุกวัน ใช้ความรักมาดูแลอย่างทะนุถนอม และใช้ความเอาใจใส่ในการเพาะปลูกพืชผัก