วิถีชีวิตรอบพิพิธภัณฑ์เป่ยโถว
รากฐานที่คนรุ่นก่อนได้วางเอาไว้ ประกอบกับชาวเป่ยโถวรุ่นใหม่มีความตระหนักรู้อย่างแรงกล้าในการพัฒนาชุมชน ต่างก็อุทิศตนเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเกิดด้วยเช่นกัน
สถานีซินเป่ยโถว เดิมทีถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถว ถูกยกเลิกไปในปี ค.ศ. 1988 เนื่องจากการยกเลิกเส้นทางรถไฟสายตั้นสุ่ยของการรถไฟไต้หวัน โดยอาคารสถานีทั้งหมดถูกเอกชนนำไปเก็บรักษาไว้ที่ หมู่บ้านวัฒนธรรมพื้นเมืองไต้หวัน (台灣民俗村) ในเมืองจางฮั่ว ด้วยความตระหนักในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่เพิ่มขึ้น หลังจากความพยายามของเหล่านักวิชาการ ชาวบ้าน และนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ในที่สุด ในปี 2013 ก็มีข่าวดีว่าสถานีซินเป่ยโถวจะได้กลับมายังบ้านเกิด ซึ่งหลังจากการซ่อมแซมและประกอบขึ้นใหม่ ในปี 2017 ตัวอาคารสถานีก็กลับมาตั้งอยู่อย่างสง่างามอีกครั้ง ด้วยโครงสร้างไม้ หลังคาแผ่นทองแดง และหน้าต่างบนหลังคา ทำให้สถานีซินเป่ยโถว กลายเป็นอาคารสถานีรถไฟเพียงแห่งเดียวของเส้นทางรถไฟสายตั้นสุ่ยที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และเป็นประจักษ์พยานถึงประวัติศาสตร์ของการเดินรถไฟที่มีอายุยาวนานนับร้อยปี
โรงอาบน้ำสาธารณะเป่ยโถวก็ต้องเผชิญชะตากรรมการถูกรื้อถอนเช่นกัน หลินจื้อไห่ (林智海) กล่าวว่า ในช่วงหลังสงครามโลก อาคารโรงอาบน้ำสาธารณะเป่ยโถวเคยถูกใช้เป็นศูนย์บริการประชาชน สถานีตำรวจ หรือแม้กระทั่งสถานที่จัดงานเลี้ยงแต่งงาน แต่สุดท้ายก็กลายเป็นอาคารร้าง ตอนเด็ก ๆ พวกเราเรียกมันว่าบ้านผีสิง โชคดีที่ประเด็นเรื่องการก่อสร้างรถกระเช้าเป่ยโถวได้กระตุ้นจิตสำนึกของคนในพื้นที่ ทำให้ในที่สุดโรงอาบน้ำสาธารณะเป่ยโถวถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและได้รับการอนุรักษ์ไว้ จนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์น้ำพุร้อนเป่ยโถว อาคารสไตล์ผสมผสานระหว่างญี่ปุ่นและตะวันตกนี้ ถูกสร้างขึ้นโดย มัตสึโนะสุเกะ โมริยามะ (森山松之助) สถาปนิกชาวญี่ปุ่น ที่ชั้นสองมีห้องโถงซึ่งปูด้วยเสื่อทาทามิ สำหรับให้ผู้คนใช้ในการพักผ่อนหลังการอาบน้ำพุร้อน และหอชมวิวด้านข้างสามารถมองเห็นทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกที่ภูเขากวนอิน ส่วนห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่ชั้นหนึ่งใช้สไตล์เสาแบบโรมัน ผนังระเบียงด้านนอกประดับด้วยกระจกสี เมื่อแสงแดดส่องกระทบภายใน โรงอาบน้ำ สีสันของกระจกจะสะท้อนแสงเข้าไปในพื้นที่ที่อบอวลไปด้วยไอน้ำ ทำให้การอาบน้ำในนั้นกลายเป็นช่วงเวลาแห่งเวทมนตร์ เหนือจริงในทันที
แม้ว่าปัจจุบันห้องอาบน้ำจะไม่ได้ใช้สำหรับแช่น้ำพุร้อนอีกต่อไป แต่ผู้คนก็สามารถมาเรียนรู้การพัฒนาของบ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถวจากที่นี่ได้ และยังสามารถชมหินเป่ยโถว (Hokutolite) ซึ่งเป็นแร่ธาตุหายากที่เกิดขึ้นจากลำธารเป่ยโถว มีคุณสมบัติเป็นสารกัมมันตรังสี และเป็นแร่ธาตุเพียงชนิดเดียวที่เป็นที่ยอมรับในวงการธรณีวิทยาระดับนานาชาติที่ถูกตั้งชื่อตามของชื่อสถานที่ในไต้หวัน
ในฐานะที่เป็นลูกหลานเป่ยโถว หลินจื้อไห่เล่าว่าสมัยเด็กจะมีคุณลุงคุณป้ามาเล่าเรื่องราวของเป่ยโถวที่โรงเรียน ซึ่งทำให้เขารู้สึกผูกพันกับบ้านเกิดและตัดสินใจที่จะอยู่ใน เป่ยโถวเพื่อใช้การนำเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นช่องทางที่จะให้ผู้คนได้รู้จักบ้านเกิดของเขามากขึ้น หยางเยี่ย ซึ่งเติบโตขึ้นในแถบเป่ยโถว ก็ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการรวบรวมวัตถุทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเป่ยโถว จนถึงขั้นยอมทุ่มเงิน 20,000 เหรียญไต้หวัน เพื่อประมูลโปสต์การ์ดเพียงใบเดียวจากเว็บไซต์ประมูลของญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าตัวตัดสินใจแล้วว่า การวิจัยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเป่ยโถว เป็นงานที่เขาตั้งใจจะทำไปตลอดชีวิต
หลังจากแช่น้ำพุร้อนเสร็จแล้ว ร่างกายจะรู้สึกสบายและทำให้เกิดความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม เช่นเดียวกับเรื่องราวของเป่ยโถวที่มีเสน่ห์และน่าค้นหาไม่แพ้กัน ขอเชิญชวนให้ทุกท่านมาเยี่ยมชมด้วยตนเอง พร้อมเขียนเรื่องราวใหม่ระหว่างคุณกับเป่ยโถว

บ่ออาบน้ำพุร้อนกลางแจ้งในสวนสาธารณะเป่ยโถว ใช้น้ำพุร้อนจากหุบเขาตี้เร่อกู่ ซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับการแช่น้ำพุร้อนกำมะถันเขียว เพื่อผ่อนคลายร่างกายและจิตใจได้ที่นี่

สถานีซินเป่ยโถว ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้หลังจากผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย เป็นอาคารสถานีรถไฟเพียงแห่งเดียวของเส้นทางรถไฟสายตั้นสุ่ยที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ถือเป็นประจักษ์พยานถึงประวัติศาสตร์ของเส้นทางรถไฟที่มีอายุยาวนานนับร้อยปี