ทรัพยากรป่าไผ่ของไต้หวัน
ลวี่จิ่นหมิง (呂錦明) ผู้เชี่ยวชาญด้านไผ่ของไต้หวัน กล่าวว่า ไต้หวันมีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นและปริมาณน้ำฝนเพียงพอ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ และตั้งแต่พื้นที่ราบจนถึงภูเขาสูง ต้นไผ่และหน่อไม้เติบโตได้ดีมาก บนภูเขาเหอฮวนที่ระดับความสูง 3,000 เมตร ยังเต็มไปด้วยไผ่ชนิดพิเศษของไต้หวัน คือไผ่ลูกศรอวี้ซาน (Yushan Arrow Bamboo หรือ Fargesia yushanensis)
จากการสำรวจของกระทรวงเกษตรไต้หวันพบว่า ไต้หวันมีไผ่มากกว่า 89 ชนิด ซึ่ง 25 ชนิดเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่น โดยไผ่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของไต้หวัน 6 ชนิด ได้แก่ ไผ่หวานอ่างขาง (Dendrocalamus latiflorus) ไผ่โมโซ (Phyllostachys edulis) ไผ่หนาม (Bambusa stenostachya) ไผ่เขียว (Bambusa oldhamii) ไผ่กิ่งยาว (Dendrocalamus asper) และไผ่มากินอย (Phyllostachys makinoi) ซึ่งเป็นไผ่ลำเดี่ยวสายพันธุ์เฉพาะของไต้หวัน
“หมูป่าคือตัวการสร้างขยะในภูเขา หน่อไม้ที่เพิ่งงอกขึ้นมาก็โดนมันกินหมด” เจิงชงเหยา (曾聰堯) นักวิจัยด้านไผ่จากสถาบันวิจัยป่าไม้ของกระทรวงเกษตรไต้หวันกล่าวขณะที่พบเปลือกหน่อไม้กระจัดกระจายอยู่ใต้ป่าไผ่หม่าจู๋ เขายังกล่าวอีกว่า หมูป่าก็ชอบกินหน่อไม้ บางครั้งลิงก็จะมากินด้วย
ไผ่ลูกศรไต้หวันซึ่งอยู่ในวงศ์ไผ่ลูกศร เจริญเติบโตอย่างหนาแน่นใต้ร่มเงาของต้นไม้ ทั้งไผ่ลูกศรอวี้ซานและไผ่ลูกศรเปาทั่ว (Fargesia robusta) ต่างก็เป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นของไต้หวัน เจิงชงเหยากล่าวว่า ไผ่ลูกศรอวี้ซานกระจายตัวตามพื้นที่ภูเขาสูงในแถบเทือกเขาใจกลางไต้หวัน ส่วนไผ่ลูกศรไต้หวันและไผ่ลูกศรเปาทั่วจะพบตามพื้นที่ในภูเขาที่มีความสูงระดับกลางและต่ำ
ลำไผ่ลูกศรมีความบางแต่แข็งแรง ชาวพื้นเมืองในสมัยก่อนใช้ทำก้านลูกศรสำหรับล่าสัตว์ จึงได้ชื่อว่าไผ่ลูกศร หน่อไผ่ลูกศร หรือที่เรียกว่าหน่อลูกศร รับประทานได้ โดยในเขตหยางหมิงซาน ไผ่ลูกศรเปาทั่วจะเติบโตอยู่ในเขตอนุรักษ์ ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติหยางหมิงซานได้กำหนดกฎเกณฑ์ในการเก็บหน่อไผ่ลูกศรไว้
เจิงชงเหยากล่าวว่า ต้นไผ่ที่มีอายุ 3 ถึง 4 ปีเริ่มมีความสมบูรณ์ เป็นช่วงเวลาที่ดีในการนำมาใช้ประโยชน์ ต้นไผ่ที่มีอายุเกิน 4 ปีจะกลายเป็นไผ่แก่ ดังนั้นจึงมีหลักการจัดการป่าไผ่ว่า “เก็บ 3 ตัด 4 ไม่เอา 7” ซึ่งต้องมีการตัดแต่งไผ่แห้งและไผ่แก่เป็นประจำเพื่อรักษาความแข็งแรงของป่าไผ่
ก่อนทศวรรษ 1980 อุตสาหกรรมไผ่ในไต้หวันเฟื่องฟูมาก แต่เมื่อผลิตภัณฑ์พลาสติกเข้าสู่ตลาด ขนาดของอุตสาหกรรมไผ่ในไต้หวันก็เริ่มลดลง อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมหน่อไม้และเศรษฐกิจหน่อไม้ยังคง “อยู่เหนือกาลเวลา”
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
โจวเหลียงฟู่ (周良富) ชาวสวนหน่อไม้ กล่าวว่า หน่อไม้ไผ่เขียวที่เก็บเกี่ยวในฤดูร้อนมีเนื้อละเอียดและรสชาติหวานกลมกล่อมคล้ายกับลูกแพร์
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
ไม้ไผ่มีประโยชน์ที่หลากหลายและสามารถนำมาใช้ได้หลายรูปแบบ ไม้ไผ่ที่โตเต็มที่สามารถนำมาทำเป็นงานหัตถศิลป์ ส่วนหน่อไม้อ่อนสามารถนำมาทำเป็นอาหารรสเลิศได้ เช่น หน่อไม้ดอง (หมูพะโล้หน่อไม้แห้ง)