ปล่อยวาง เปิดประสาทสัมผัส
ต้นเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้าไปสัมผัสประสบการณ์บำบัดด้วยป่าในเส้นทางเดินป่าเพื่อการบำบัดสุ่ยซาน ภายใต้การนำของคุณหวังเซินหลิน (王森林) ผู้ให้คำแนะนำการบำบัดด้วยป่า
เสียงขับขานของสกุณาหลากชนิด อย่างนกระรางสเตียร์ (Steere's Liocichla) นกภูหงอนไต้หวัน (Taiwan yuhina) นกหางรำหูขาว (White-eared Sibia) และนกไต่ไม้ยุโรป (Eurasian nuthatch) ฯลฯ ราวกับอยู่ข้าง ๆ หูนี่เอง แต่สักพักก็เหมือนกับอยู่ไกลออกไป เหล่าสกุณาต่างสลับกันขับขาน ราวกับพวกมันกำลังต่อปากต่อคำกัน ตามมาด้วยเสียงหวูดรถไฟเล็กที่ออกจากสถานีตรงตามเวลา กำลังแล่นมาตามเส้นทางรถไฟสายป่า ช่วงที่อยู่ใกล้กับโซนนี้มากที่สุด คุณหวังเซินหลินกล่าวว่า “ใจยิ่งสงบลงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสามารถได้ยินเสียงที่แผ่วเบาได้มากขึ้นเท่านั้น”
เมื่อเดินมาถึงโซน “ม้านั่งกลางป่า” มีต้นฮิโนกิ 2 ต้นที่ด้านหน้าฝั่งตรงข้ามของชานไม้ ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเหยียดแขนยืดอก สูดลมหายใจลึก ๆ เข้าทางจมูกแบบช้า ๆ จากนั้นเป่าลมหายใจออกทางปากแรง ๆ การสูดสารไฟทอนไซด์ที่ต้นฮิโนกิปลดปล่อยออกมา จะช่วยให้สมองสดชื่นขึ้น
ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน เขตภูเขาอาลีซานมีฝนตกหนัก ผักไผ่ที่ขึ้นปกคลุมดินใต้ร่มเงาต้นไม้ในป่าได้น้ำฝนมาหล่อเลี้ยง ทำให้ใบมีสีเขียวอ่อนและอ่อนนุ่มมากขึ้น สะกดสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา ให้อดไม่ได้ที่จะหยุดชม มีความรู้สึกราวกับว่า มีนางฟ้าตัวจิ๋วในป่าซ่อนตัวอยู่กลางกอหญ้า กำลังแอบมองเราด้วยดวงตาเป็นประกาย หรือบางทีอาจจะกระโดดออกมาจากกอหญ้า เพื่อหยอกล้อหรือเต้นรำกับเราก็เป็นได้
เมื่อเลี้ยวไปตามทางโค้งก็ถึง “แดนแห่งจินตนาการ” ซึ่งเป็นโซนที่เงียบสงบที่สุดของเส้นทางเดินป่าสายนี้ ข้างทางมีต้นไม้รูปทรงหัวช้างที่บนลำต้นมีโพรงอยู่โพรงหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถสารภาพความในใจกับโพรงต้นไม้แห่งนี้ได้
เมื่อเดินต่อไปจะเจอกับโซน “แสงเงาแห่งป่า” ที่นี่ถูกจัดทำเป็นแท่นวงกลม นักท่องเที่ยวสามารถเอนกายลงนอนบนแท่นนี้ กางแขนทั้งสองข้าง แหงนหน้ามองฟ้า รับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา คุณหวังเซินหลินกล่าวว่า “การเอนกายลงนอนบนพื้นที่ที่มีความสูง 2,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล จินตนาการว่าตนเองกำลังทะยานข้ามยอดไม้ เหาะเหินเดินอากาศอยู่เหนือเมฆหมอก บินไปยังสุดขอบฟ้า ทำให้รู้สึกได้ว่า ไม่มีอุปสรรคใดในชีวิต ที่ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้”
ไฟทอนไซด์และไอออนลบในป่า กระตุ้นให้คุณเกิดจินตนาการและคุณจะได้พบกับทัศนียภาพและรูปร่างของต้นไม้ที่หลากหลาย คุณหวังเซินหลินกล่าว พร้อมชี้ไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่ได้รับสมญานามว่า “หัวหน้าเผ่าฮิโนกิ” ซึ่งเป็นต้นฮิโนกิที่บนลำต้นมีตาไม้ มอสและเปลือกลำต้นที่แตกและหลุดร่วงที่ประกอบกันเข้า เกิดเป็นรูปทรงที่คล้ายกับใบหน้าของหัวหน้าชนเผ่า ที่มีขนนกประดับบนศีรษะและมีผ้าปิดดวงตาเอาไว้
ภูเขาอาลีซานที่มีความสูงกว่า 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่บนเขตป่าหมอก ช่วงบ่ายมักจะมีหมอกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านก้อนเมฆลงมาปะทะเข้ากับหมอกไอ ทำให้เกิดเป็น “ลำแสงแห่งพระเยซู” (Jesus light หรือ Crepuscular Rays) ที่สาดส่องไปไกลสุดลูกหูลูกตา สร้างความตื่นตาตื่นใจและความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
จุดสิ้นสุดของเส้นทางเดินป่าสายนี้ คือ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุ 1,081 ปี ที่มีชื่อว่า “ต้นไม้ยักษ์แห่งสุ่ยซาน” นักท่องเที่ยวที่ได้มาเห็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้มักรู้สึกยินดีปรีดา และสามารถนั่งพักที่แท่นชมวิวที่อยู่รอบ ๆ แล้วแหงนหน้าชมความยิ่งใหญ่อลังการของต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าต้นนี้

สถาปัตยกรรมที่สร้างด้วยไม้ไผ่ที่ป่าไผ่สือปี้ เมืองหยุนหลิน เป็นสถานที่สำหรับสัมผัสประสบการณ์การบำบัดด้วยป่าไผ่

หยางจื้อข่าย (กลาง) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติผิงตง (National Pingtung University of Science and Technology) กำลังสอนผู้เข้าฝึกอบรมเพื่อเป็นผู้นำทางและนักพนาบำบัด ให้รู้จักพืชพรรณในป่า