จุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ของไต้หวัน
ค.ศ. 1624 ชาวดัตช์ได้เดินทางมาถึงเขตอันผิงของนคร ไถหนาน ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไต้หวันก้าวขึ้นสู่เวทีโลก และเนื่องจากไถหนานเคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง ทั้งในสมัยที่อยู่ภายใต้การปกครองของชาวดัตช์ และในสมัยเจิ้งเฉิงกง จึงถือได้ว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ไต้หวัน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จุดแวะพักแห่งแรกที่เราขอแนะนำคือ จากสนามบินนานาชาติเถาหยวน สามารถนั่งรถไฟความเร็วสูงตรงไปสู่นครไถหนาน เพื่อไปยังป้อมอันผิง ซึ่งเป็นป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดของไต้หวัน การได้ก้าวเข้าสู่ป้อมอันผิง ก็เปรียบเสมือนได้ก้าวเข้าสู่จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ไต้หวันยุคใหม่
ลวี่ซงอิ่ง (呂松穎) เจ้าหน้าที่จากศูนย์วัฒนธรรมหย่งหัว สำนักวัฒนธรรมนครไถหนาน เห็นว่า ค.ศ. 1624 คือครั้งแรกที่ไต้หวันได้มีโอกาสเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ และถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ของบริษัทดัตช์อีสต์อินเดีย ไม่ว่าจะเดินทางไปญี่ปุ่นหรือจีน ล้วนใช้ไต้หวันเป็นจุดแวะพัก หลังผ่านมากว่า 400 ปี ความสำคัญของไต้หวันไม่เพียงไม่ลดลง แต่กลับยิ่งเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลเพียง 3 คำคือ Location, Location, Location และในอีก 100 ปีข้างหน้า ไต้หวันก็ยังคงมีความสำคัญอย่างแน่นอน
สถานีต่อไปคือ หอชื่อขั่นโหลว (Chikan Tower) หรือป้อมโพรวินเทีย (Fort Provintia) ที่ชาวดัตช์สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1653
ลวี่ซงอิ่งอธิบายว่า หอชื่อขั่นโหลวและโบราณสถานหลายแห่งในไถหนาน เปรียบเสมือนกับการทับซ้อนทางประวัติศาสตร์ ที่ซ้อนกันอยู่เป็นชั้น ๆ หากเดินเที่ยวไปตามถนนโบราณในเมือง แล้วลองมองจากมุมสูง เราจะรู้เลยว่า ในสมัยราชวงศ์ชิง เราสามารถมองเห็นทะเล ชมพระอาทิตย์ตก รวมถึงเล่นทราย และสัมผัสคลื่นทะเลจากหอชื่อขั่นโหลวได้เลย ส่วนในปัจจุบันก็ยังสามารถพบเห็นร่องรอยของสถาปัตยกรรมสมัยดัตช์ ศิลาจารึกสมัยราชวงศ์หมิงในยุคแม่ทัพเจิ้งเฉิงกงและสมัยราชวงศ์ชิง รวมถึงตัวอาคารต่าง ๆ ที่ได้รับการบูรณะในยุคปัจจุบัน โบราณสถานอย่าง ศาลเจ้าเทียนโห้วกง (大天后宮) ที่บูชาเจ้าแม่ทับทิม และศาลเจ้าจี้เตี่ยนอู่เมี่ยว (祀典武廟) ซึ่งบูชาเจ้าพ่อกวนอู ต่างก็ตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิม และมีรูปลักษณ์ที่แทบไม่เปลี่ยนไปเลยตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา
เมื่อเดินต่อไปยัง ตลาดหย่งเล่อและตลาดสุ่ยเซียนกง คุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวไต้หวัน ทั้งการจับจ่ายอาหารพื้นเมืองอันหลากหลาย และการเซ่นไหว้บูชาทางศาสนา บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ราวกับเป็นการผจญภัยขนาดย่อม เหล่านักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะลิ้มลองแฮมเบอร์เกอร์สไตล์ไต้หวัน หรือกั้วเปาไส้ลิ้นหมู และปลาไหลผัดไฟแดงที่ปรุงกันสด ๆ เห็นเปลวไฟลุกโชนและกลิ่นหอมจากกระทะ

ในสมัยราชวงศ์ชิง สามารถมองเห็นทะเลและพระอาทิตย์ตกได้ จากหอชื่อขั่นโหลว แต่ปัจจุบันต้องไปที่แท่นชมพระอาทิตย์ตกอันผิงในนครไถหนาน

ที่ตั้งและรูปลักษณ์ของศาลเจ้าจี้เตี่ยนอู่เมี่ยว ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้จะผ่านวันเวลามานานหลายร้อยปี

ตรอกเสินหนงยังคงรักษาสภาพบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของไต้หวันไว้ได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมด้วยร้านค้าที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ศาลเจ้าเล็ก ๆ และร้านค้าดั้งเดิม ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้ผจญภัยเพื่อค้นหาสมบัติ