ความศรัทธาในเทศกาลสารทจีน
เพื่อสำรวจบรรยากาศอันน่าอัศจรรย์ของเมืองจีหลง เราจึงเชิญคุณซูเสี่ยวหลาน (蘇筱嵐) ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก คุณซูฯ ได้ก่อตั้งทีม Keelung for a Walk ขึ้นใน ค.ศ. 2015 เพื่อช่วยให้คนในท้องถิ่นใกล้ชิดกับบ้านเกิดมากขึ้น และยังช่วยนำนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้รู้จักเมืองจีหลงอีกด้วย
สำหรับชาวจีหลงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เทศกาลสารทจีน (中元祭) คุณซูเสี่ยวหลานกล่าว เธอย้อนรอยประวัติศาสตร์การพัฒนาของเมืองจีหลง ว่าเป็นท่าเรือที่ผู้คนจากหลากหลายพื้นที่มาตั้งรกราก แต่ในยุคแรกเริ่ม มีการต่อสู้ด้วยอาวุธที่รุนแรงระหว่างชาวจางโจวและเฉวียนโจว
(漳泉械鬥) ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ในช่วงทศวรรษ 1850 เหล่าผู้นำในท้องถิ่นจึงได้ออกมาเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่ศาลเจ้าชิ่งอาน (慶安宮) และตกลงกันว่า แต่ละตระกูลจะสลับกันเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลสารทจีน เพื่ออุทิศส่วนบุญให้กับดวงวิญญาณเร่ร่อน (好兄弟) จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันของผู้ที่อพยพมาจากถิ่นกำเนิดที่แตกต่างกัน นี่คือที่มาของเทศกาลสารทจีนอันโด่งดังของเมืองจีหลง
นอกจากนี้ ด้วยการพัฒนาทางอุตสาหกรรมในยุคแรกเริ่ม ทั้งเหมืองถ่านหินและการประมง ล้วนเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง ทางทีมงานของเราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้สูงอายุในท้องถิ่นหลายคน ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ชาวจีหลงต่างแสวงหาความสงบสุข และเชื่อว่าบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว สามารถนำความสงบสุขมาให้ได้ ในที่สุดความเชื่อนี้ ก็ได้ส่งต่อไปยังดวงวิญญาณเร่ร่อน ทำให้พวกเขาให้ความสำคัญกับเทศกาลสารทจีนเป็นพิเศษ คุณซูเสี่ยวหลานกล่าว
ดังนั้น ในเดือนเจ็ดตามปฏิทินจีนของทุกปี เมื่อประตูผีเปิดออกเพื่อปล่อยให้ดวงวิญญาณขึ้นมาพักผ่อนบนโลกมนุษย์ ชาวบ้านจะจัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้และกระดาษเงินกระดาษทองอย่างเต็มที่ เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เหล่าดวงวิญญาณ คุณซูฯ เล่าอีกว่า การเดินไปทั่วเมืองจีหลงในช่วงเดือนเจ็ด เราจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นควันจากการเผากระดาษไหว้เจ้าที่อบอวลไปทั่ว ตามท้องถนนที่ประดับประดาไปด้วยโคมไฟ ขณะที่จู๋ผู่ถาน (主普壇) หรือแท่นบูชาหลักที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะจงเจิ้ง (中正公園) จะเปิดไฟสว่างไสวในยามค่ำคืน แสงไฟนั้นงดงามเจิดจรัส ราวกับการก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันน่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง

แสงไฟที่ส่องสว่างอย่างงดงามของจู๋ผู่ถาน (แท่นบูชาหลัก) ทำให้เมืองจีหลงในเดือนเจ็ด เต็มไปด้วยบรรยากาศอันน่าอัศจรรย์