แช่น้ำพุร้อนกลางแจ้ง ท่ามกลางท้องทะเล
น้ำพุร้อนเป็นทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของเกาะลวี่เต่า หลินเหวยหลิง (林維玲) ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเขตทัศนียภาพแห่งชาติชายฝั่งตะวันออก (East Coast National Scenic Area Headquarters) เปิดเผยว่า ประมาณร้อยละ 60-70 ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเกาะลวี่เต่าจะไปที่น้ำพุร้อนเจารื่อ
การที่เกาะลวี่เต่ามีน้ำพุร้อน เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับลักษณะทางธรณีวิทยาของเกาะแห่งนี้ ซึ่งเดิมมีชื่อว่า เกาะไฟไหม้ (火燒島) แหล่งน้ำพุร้อนตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ เนื่องจากบริเวณใต้ทะเลมีการปลดปล่อยพลังงานความร้อนใต้พิภพ น้ำทะเลหรือน้ำใต้ดินได้รับความร้อนจากลาวาร้อนใต้เปลือกโลกทำให้เดือดและเกิดแรงดัน พุ่งขึ้นมาจากก้นทะเล ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่า กุ่นสุ่ยผิง (滾水坪) ซึ่งหมายถึง ที่ราบที่มีน้ำเดือด
จากการศึกษาพบว่า น้ำพุร้อนที่นี่เป็นน้ำพุร้อนคลอไรด์ซัลเฟต มีลักษณะใส ไร้สีไร้กลิ่น อุณหภูมิประมาณ 60–70 องศาเซลเซียส แร่ธาตุและแร่หายากปริมาณเล็กน้อยในน้ำพุร้อนชนิดนี้ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญของร่างกายได้เป็นอย่างดี
น้ำพุร้อนเจารื่อต่างจากแหล่งน้ำพุร้อนหลายแห่งบนเกาะไต้หวัน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกพัฒนาในเชิงพาณิชย์ แต่น้ำพุร้อนเจารื่อซึ่งเปิดบริการกลางแจ้ง กลับให้ความรู้สึกเป็นมิตรและเป็นกันเองมากกว่า
หลินหว่านเหม่ยอธิบายว่า เวลาเปิดให้บริการของน้ำพุร้อนแห่งนี้จะปรับเปลี่ยนเล็กน้อยตามเวลาพระอาทิตย์ขึ้น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่ นอกจากจะได้แช่น้ำพุร้อนแล้ว ยังรู้สึกเหมือนมาเล่นน้ำทะเลอีกด้วย บ่อน้ำพุร้อนที่นี่เป็นแบบรวม (ชาย-หญิงแช่ร่วมกัน) และผู้ใช้บริการต้องสวมชุดว่ายน้ำ และเพียงจ่ายค่าบัตรผ่านประตูประมาณร้อยกว่าเหรียญไต้หวัน ก็สามารถเพลิดเพลินกับการแช่น้ำพุร้อนได้ถึง 11 บ่อ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ด้วย
เจ้าหน้าที่ดูแลบ่อน้ำพุร้อนจะสูบน้ำพุร้อนจากใต้ทะเลขึ้นมาเก็บไว้ในบ่อพักน้ำร้อนก่อน เพื่อให้มีการตกตะกอน จากนั้นจึงปรับปริมาณน้ำตามสภาพของแต่ละบ่อ ก่อนจะปล่อยให้น้ำไหลเข้าสู่บ่อแช่น้ำพุร้อนโดยตรง หลินหว่านเหม่ยย้ำว่า น้ำที่นักท่องเที่ยวได้แช่ ถือเป็นน้ำพุร้อนขนานแท้ที่สดใหม่ที่สุด
จุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของที่นี่คือ บ่อแช่น้ำพุร้อนกลางแจ้ง 3 บ่อ ที่ตั้งอยู่ในแอ่งน้ำตามแนวชายฝั่ง เนื่องจากทั้งสามบ่อมีอุณหภูมิต่างกัน จึงให้ประสบการณ์คล้ายการอบซาวน่า นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากบ่อน้ำร้อน แช่ประมาณ 15 นาที จากนั้นพักสักครู่ก่อนไปแช่บ่อน้ำเย็น นอกจากนี้ ยังมีบ่อแช่แบบกึ่งกลางแจ้งอีก 8 บ่อ และสระว่ายน้ำ ซึ่งได้รับความนิยมจากครอบครัวที่มีเด็กเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ภายในแหล่งน้ำพุร้อนเจารื่อยังมีบ่อน้ำพุร้อนพิเศษสำหรับต้มอาหารอีกด้วย เนื่องจากน้ำพุร้อนมีส่วนผสมของเกลือ และอุณหภูมิของน้ำไม่ถึงจุดเดือด จึงสามารถต้มไข่ยางมะตูมที่มีไข่แดงเยิ้ม ๆ รสชาติอร่อยและมีเอกลักษณ์ได้ ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นที่ชื่นชอบ ชาวบ้านในพื้นที่ก็มีการนำตะกร้าใหญ่ใส่ไข่ ข้าวโพด หรือกุ้ง มาปรุงอาหารในบ่อนี้ แล้วนำกลับไปรับประทานที่บ้าน หลินหว่านเหม่ยกล่าวว่า ทุกครั้งที่เห็นแบบนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าบ้านนั้นต้องมีญาติมิตรมาเยี่ยมเยือน จากการทำงานที่บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ ทำให้หลินหว่านเหม่ยคุ้นเคยกับเรื่องราวต่าง ๆ บนเกาะมากขึ้น และทำให้เธอยิ่งคล้ายคนท้องถิ่นแท้ ๆ เข้าไปทุกที
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
หลินเหวยหลิง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเขตทัศนียภาพแห่งชาติชายฝั่งตะวันออก เคยทำงานอยู่ที่เกาะลวี่เต่าเป็นเวลาสองปี เป็นผู้รอบรู้เกี่ยวกับทัศนียภาพและวัฒนธรรมท้องถิ่นบนเกาะลวี่เต่าเป็นอย่างดี