การบูรณะพื้นที่เพาะปลูกต้นชาน้ำมัน
เมื่อเริ่มผลักดันโครงการก็พบกับอุปสรรคสำคัญทันที นั่นคือ ต้นชาน้ำมันต้องใช้เวลานานถึง 5 ปีจึงจะเริ่มให้ผลผลิต เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกร ฉาจื่อถางได้จัดหากล้าพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงแก่เกษตรกรที่เป็นคู่พันธสัญญาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และหากต้นกล้าแห้งเฉาตาย ก็สามารถขอต้นกล้าใหม่มาทดแทนได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการเกษตรแบบพันธสัญญา
นอกจากนี้ในระหว่างที่ทำการเพาะปลูก ฉาจื่อถางได้จัดส่งนักวางแผนด้านการเกษตรเข้าไปให้การสนับสนุนและฝึกอบรมด้านการจัดการแปลงเพาะปลูก รวมถึงให้คำปรึกษาเมื่อประสบปัญหาภัยแล้งหรือประสบความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่น ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรในการดูแลต้นชาน้ำมัน และในขั้นตอนสุดท้าย ฉาจื่อถางจะรับซื้อผลผลิตในราคาที่ดีกว่าราคาตลาด ซึ่งเป็นการรับประกันรายได้ของเกษตรกรอีกด้วย
ตลอดระยะเวลา 5 ปีของการให้การสนับสนุน ฉาจื่อถางได้จัดให้เกษตรกรไปศึกษาดูงาน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อพัฒนาทักษะการเพาะปลูกให้ดียิ่งขึ้น
จากการที่ต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งรุนแรงและภาวะโลกร้อนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้มีการนำระบบติดตามผลแบบดิจิทัลและระบบชลประทานแบบแม่นยำมาใช้ เพื่อเพิ่มอัตราการติดผลและอัตราการสกัดน้ำมัน ซึ่งทำให้เกษตรกรอาวุโสในโครงการเกษตรพันธสัญญา สามารถบอกกับลูกหลานได้อย่างภาคภูมิใจว่า เราไม่ใช่เกษตรกรธรรมดา เราคือเกษตรกรมืออาชีพ
การดำเนินมาตรการสนับสนุนและให้คำปรึกษาควบคู่กันในหลากหลายมิติ ส่งผลให้ชุมชนเฉาหยางซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกต้นชาน้ำมันแห่งใหม่ มีพื้นที่เพาะปลูกตามโครงการเกษตร พันธสัญญาเพิ่มขึ้นจาก 5 เฮกตาร์ (ประมาณ 31.25 ไร่) ในปี ค.ศ. 2016 เป็น 17.8 เฮกตาร์ (ประมาณ 111.25 ไร่) ในปี ค.ศ. 2024
จางเหว่ยซานกล่าวว่า โครงการเกษตรพันธสัญญานั้น เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย เธอยังเชื่อว่า การหาจุดสมดุลของโครงการเกษตรพันธสัญญา และการได้ประโยชน์ร่วมกันเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ฉาจื่อถางยังได้เชิญเกษตรกรจากหมู่บ้านหลุนซาน เมืองฮัวเหลียน และตำบลอาลีซาน เมืองเจียอี้ เข้าร่วมโครงการเกษตรพันธสัญญา จากช่วงเริ่มต้นที่มีพื้นที่ในโครงการ 23 เฮกตาร์ (ประมาณ 144 ไร่) ในปี ค.ศ. 2016 ค่อย ๆ ขยายตัวเป็น 40.3 เฮกตาร์ (ประมาณ 252 ไร่) โดยในปัจจุบันมีการปลูกต้นชาน้ำมันรวมทั้งสิ้น 13,760 ต้น และกำลังก้าวไปสู่เป้าหมายการเพิ่มอัตราการพึ่งพาตนเองด้านเมล็ดชาของไต้หวันให้ถึง 15%
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
จางเหว่ยซานเชื่อว่า ฉาจื่อถางมีแหล่งวัตถุดิบอยู่ในชุมชนเฉาหยาง และใช้ความเชี่ยวชาญมาเสริมศักยภาพ ทำให้เกิดประสิทธิผลในลักษณะ 1 บวก 1 มากกว่า 2