ความผิดพลาดอันงดงาม กับการหล่อหลอมจิตใจ
หลิวเหม่ยเสีย เคยทำงานในอุตสาหกรรมการพิมพ์และสิ่งพิมพ์มานานกว่า 30 ปี เธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังตั้งแต่ต้นว่า ในปี ค.ศ. 1996 เธอล้มป่วยจากการทำงานหนักมากเกินไป จึงเริ่มให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของอาหารที่บริโภค ขณะอาศัยอยู่ที่เหิงชุนในเมืองผิงตง เธอค้นพบผักโสภณหรือผักกาดเขียวปลี (芥菜 อ่านว่า เจี้ยไช่) ที่มี “ลักษณะภายนอกดูเหมือนแข็งเหนียว แต่รสชาติกรอบนุ่มมาก” นับเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับการทำผักดอง นอกจากนี้ ยังมีหัวไชเท้าพันธุ์ หนิวอี้จ่าย (牛杙仔) ซึ่งเป็นพันธุ์ท้องถิ่นขนาดเล็กที่ปลูกในดินสีแดง (ดินที่มีเหล็กออกไซด์เป็นองค์ประกอบอยู่สูง) การปลูกภายใต้สภาพแวดล้อมของเหิงชุนที่มีแสงแดดจัดและมีลมจากภูเขาพัดผ่าน ทำให้หัวไชเท้ามีรสหวานเป็นพิเศษ
หลิวเหม่ยเสียเคยทำอาหารให้พนักงาน 60 กว่าคนเป็นประจำ และมักจะนำวัตถุดิบที่เหลือจากการทำอาหาร เช่น หัวหอมใหญ่และแตงกวามาหมักเพื่อเป็นการถนอมอาหาร เธอมีความภาคภูมิใจในฝีมือของตนเองมาก และเล่าว่า “ฉันมักจะส่งคำเชิญไปยังผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในที่ต่าง ๆ เพื่อมาประชันฝีมือ (PK) เมนูเต้าหู้ยี้และบ๊วยดองที่ฉันทำเอง” เนื่องจากเธอพบวัตถุดิบคุณภาพดีในเหิงชุน เธอจึงตัดสินใจทำเกษตรพันธสัญญากับเกษตรกรในพื้นที่เพื่อปลูกหัวไชเท้าจำนวน 6,000 กิโลกรัม สำหรับนำมาทำเป็นไชโป้วหรือหัวไชเท้าดอง
เมื่อถึงเวลาส่งมอบกลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เกษตรกรบอกว่าจำนวนที่สั่งซื้อหัวไชเท้าทั้งหมด 60,000 กิโลกรัม ทั้งสองฝ่ายต่างยืนกรานในความเข้าใจของตนเอง เกษตรกรยังบอกด้วยว่า “ถ้าเชื่อใจคนไทเปก็จะต้องเสียใจในภายหลัง” เพื่อรักษาชื่อเสียงของคนไทเป เธอจึงรับซื้อหัวไชเท้าทั้งหมด 60,000 กิโลกรัมเอาไว้
“ถ้าให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวโดยการถอนหัวไชเท้าทั้ง 60,000 กิโลกรัม ด้วยมือ พวกเขาคงจะเหนื่อยมากจนถึงกับต้องไปหาหมอ และยังต้องล้างหัวไชเท้ากับทำการดองเกลืออีก เรียกได้ว่าคงจะทำกันจนหมดแรงทีเดียว โชคดีที่ฉันเคยทำงานในโรงงานมาก่อน” หลิวเหม่ยเสียเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ทำให้คนฟังอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปด้วย
เธอยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และตัดสินใจทำการดองหัวไชเท้าจำนวน 60,000 กิโลกรัมทุกปี ซึ่งก็คือที่มาของ “โกดังทองคำดำ” ที่เต็มไปด้วยโอ่งกว่า 1,600 ใบในปัจจุบัน ความเหนื่อยยากในช่วงแรกได้กลายมาเป็นความสุขที่ครอบครอง “มรดกตกทอดของครอบครัว” ในวันนี้นั่นเอง

สวีจง นักวิจัยด้านวัฒนธรรมอาหาร เชื่อว่าไชโป้วดำเป็นหนึ่งในอาหารที่เป็นตัวแทนของรสชาติแบบไต้หวัน