อยู่กับภูเขาก็ใช้วัตถุดิบจากภูเขา อยู่ใกล้ทะเลก็ใช้วัตถุดิบจากทะเล
การย้ายถิ่นฐานของกลุ่มชน และความแตกต่างของทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ ทำให้รุ่นปิ่งถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบที่หลากหลาย เฉินจิ้งอี๋ชี้ว่า รุ่นปิ่งของไต้หวันที่โรยผงสาหร่ายทะเล น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากสาหร่ายหู่ไถของเซี่ยเหมิน โดยไต้หวันเองก็ยังได้รับอิทธิพลจากยุคที่ถูกญี่ปุ่นปกครอง ทำให้ผู้คนยอมรับสาหร่ายทะเลได้ง่ายขึ้น
ในบางพื้นที่ รุ่นปิ่งมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เฉินจิ้งอี๋กล่าวว่า รุ่นปิ่งของเฉวียนโจว มีส่วนประกอบครึ่งหนึ่งเป็นแครอท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่บ่งบอกถึงความเป็นรุ่นปิ่งแบบเฉวียนโจว ส่วนในเซี่ยเหมินจะเพิ่มถั่วลันเตาเพื่อเพิ่มความกรอบ และในแบบดั้งเดิมจะใช้กรรไกรตัดเป็นเส้นบาง ๆ โดยในปัจจุบัน ยังมีการเพิ่มหอยนางรมชุบแป้งทอดอีกด้วย
สำหรับคนฝูโจว นิยมใช้เนื้อหมักแดง (紅糟肉) เป็นส่วนประกอบหลัก ใส่ถั่วงอกในปริมาณมาก ทำให้ถั่วงอกกลายเป็นส่วนสำคัญของรุ่นปิ่งสำหรับคนที่นี่
รุ่นปิ่งไต้หวันใส่ไข่ฝอยเพื่อลดความฝาดของผักที่อยู่ในไส้ เฉินจิ้งอี๋ ได้ตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับอาหารมาเลเซียเล่มที่สองในปีนี้ มีชื่อว่า “ฉันเรียกว่าบะหมี่ฮกเกี้ยน แต่คุณเรียกว่าบะหมี่กุ้ง” ได้กล่าวว่า คนเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในมะละกาของมาเลเซีย จะใส่เศษมันหมูทอดในรุ่นปิ่งเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน
“สิ่งที่ฉันคิดว่าแปลกที่สุดคือ ถ้วยทองเนียงยา ที่เคยเห็นในปีนัง” นักเขียนท้องถิ่นชาวมาเลเซีย หลินจินเฉิง เห็นว่า นี่คือพัฒนาการที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงของ “เปาะเปี๊ยะ”
นอกจากนี้ เฉินจิ้งอี๋ยังกล่าวถึงความโดดเด่นของรุ่นปิ่งอินโดนีเซีย ที่มีถาดเครื่องเคียงวางอยู่ด้วย เช่น ซอสหวานจัด พริกขี้หนู หอมแดงและกระเทียมบด โดยเฉพาะชาวชวากลางที่ชอบรสหวาน จะใส่ซอสหวานในปริมาณมาก

ร้านเปาะเปี๊ยะจินเต๋อของไถหนาน เน้นการห่อเปาะเปี๊ยะตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งสามารถบอกเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำตาลหรือเครื่องเทศได้

Max (ขวา) หนุ่มเยอรมันบอกว่า “เปาะเปี๊ยะของร้านเปาะเปี๊ยะจินเต๋อ เป็นเปาะเปี๊ยะที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยกินมา”