ผิงไฟไล่หนาว ขับขานบทเพลงไพเราะ สัมผัส วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม
เมื่อมาถึงหมู่บ้านอิงซื่อ นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบ่อน้ำพุร้อนเผิงเผิงแล้ว ยังสามารถเข้าร่วมโปรแกรมท่องเที่ยวที่สมาคมพัฒนาชุมชนอิงซื่อจัดไว้ ได้อีกด้วย
Qehung Kumay เปิดเผยว่า เราได้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเหล่านี้ขึ้น เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้ผู้คนได้รู้จักภูเขาและแม่น้ำลำธาร ตลอดจนได้ซึมซับวัฒนธรรมของเรา
ภายในกระท่อมผิงไฟซึ่งมีเตาไฟให้ความอบอุ่น Qehung Kumay เริ่มร้องเพลงต้อนรับแขกที่มีชื่อว่า ima lalu su? ซึ่งแปลว่า คุณชื่ออะไร? ซึ่งคล้ายกับคำทักทายสำหรับการพบกันครั้งแรกของชาวต่างชาติ ที่มักพูดว่า Nice to meet you
คำว่า ima lalu su? เป็นวิธีทักทายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวเผ่าอตายาล ที่ผู้ใหญ่จะใช้ถามผู้น้อยเพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนในเผ่าเดียวกันหรือไม่ สำหรับชื่อของชนเผ่าอตายาล ใช้ระบบการตั้งชื่อบุตรต่อท้ายด้วยชื่อของบิดา เพียงได้ยินชื่อก็สามารถรู้ได้ว่าคุณเป็นลูกของใครและมาจากลุ่มน้ำใด
กระท่อมผิงไฟที่สร้างจากไม้ไผ่เป็นภูมิปัญญาของผู้เฒ่าในหมู่บ้านและเยาวชนร่วมกันสร้างขึ้น มีเทคนิคการก่อสร้างอยู่ 3 แบบ
แบบที่หนึ่ง คือการผ่าไม้ไผ่ออกเป็นสองซีก จากนั้นนำมาสานขัดกันแบบหยินหยางแล้วต่อเข้าด้วยกัน เพื่อทำเป็นผนังบ้านที่สามารถกันลมได้ และเมื่อใช้กับหลังคาก็จะช่วยระบายน้ำฝนได้ดี
แบบที่สอง คือการทุบไม้ไผ่ให้แตกแล้วคลี่ออกมาเป็นแผ่นแบน ๆ จากนั้นใช้แผ่นไม้ไผ่เล็ก ๆ มายึดเข้าด้วยกัน ใช้ทำเป็นหน้าต่าง ลักษณะนี้ช่วยให้น้ำฝนไหลผ่านร่องไม้ไผ่ได้สะดวก และจะมีน้ำหยดลงมาเฉพาะตอนที่ยกหน้าต่างขึ้นเท่านั้น
แบบที่สาม คือการใช้ไม้ไผ่ทั้งลำมาต่อกันเพื่อทำเป็นโต๊ะและเก้าอี้
คนในเผ่าจะมาก่อไฟทุกวันเพื่อให้ภายในกระท่อมแห้งอยู่เสมอ ซึ่งสามารถป้องกันปลวกและเชื้อรา นอกจากนี้ ไฟยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการดำรงชีวิตในชุมชน Tencen Hayung อธิบายว่า ในอดีตคนในเผ่าอาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจาย หากตอนเช้ามีควันไฟลอยขึ้น แสดงว่าครอบครัวนั้นยังอยู่ดีมีสุขและกำลังกินข้าว แต่ถ้าไม่มีควันไฟจากเตาลอยขึ้นมา ติดต่อกันสองถึงสามวัน คนในเผ่าก็จะเป็นห่วงและไปเยี่ยมเยือน ดังนั้นไฟ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต แต่ยังเป็นสัญญาณแห่งความปลอดภัยและความผูกพันระหว่างผู้คนในชุมชนอีกด้วย
หลังจากได้ทำความรู้จักกับหมู่บ้านชนเผ่าอตายาลในเบื้องต้นแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้ลองลงมือทำ ข้าวห่อนายพราน ด้วยตนเอง โดยนำหมูปรุงรสด้วยตะไคร้ต้น (ตะไคร้ภูเขา หรือตะไคร้ดอย ชื่อวิทยาศาสตร์ Litsea cubeba Pers.) ปลาเค็ม ผัก และข้าวเหนียว มาห่อด้วยใบข่าโคม (Alpinia zerumbet (Pers.) Burtt & R. M. Smith) ที่ผ่านการต้มแล้ว ข้าวห่อนี้เป็นเสบียงที่ครอบครัวเตรียมไว้ให้นายพรานพกติดตัว ก่อนที่จะขึ้นไปล่าสัตว์บนภูเขา เป็นสัญลักษณ์ของความห่วงใยและความรักจากคนในครอบครัว
เมื่อได้ข้าวห่อกันแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่จะเดินตามคนนำทางที่เป็นชาวเผ่า ไปลุยลำธารเพื่อสัมผัสธรรมชาติของบ่อน้ำพุร้อนเผิงเผิง หรือเลือกที่จะไปสำรวจเส้นทาง โบราณเหิงฉีย่าง (橫岐漾古道) หรือ เส้นทางโบราณ hn-kiyan ซึ่งเป็นเส้นทางลี้ลับที่ในสมัยญี่ปุ่นยึดครองไต้หวันเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการปฏิบัติการ
สำหรับผู้ที่ชอบกิจกรรมแบบเรียบง่าย ทางสมาคมฯ ยังมีกิจกรรมพิมพ์ผ้าไหมและงานหัตถกรรมทอผ้าให้ได้ลองเปิดประสบการณ์ด้วยตนเอง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการย้อมผ้าและการทอผ้าแบบดั้งเดิมของชนเผ่า
อตายาล นักท่องเที่ยวสามารถพิมพ์ลายรูปสัตว์พื้นถิ่น เช่น หมูป่า หรือกระรอกบิน ลงบนถุงผ้าน่ารัก ๆ หรือทอเป็นโปสการ์ดลายสัตว์ ส่งไปให้ครอบครัวที่อยู่แดนไกล เพื่อแบ่งปันความประทับใจจากวิถีชีวิตของหมู่บ้านชนเผ่าพื้นเมือง

บ่อน้ำพุร้อนเผิงเผิงมีปริมาณน้ำพุร้อนคงที่ การเดินทางสะดวกและไปถึงได้ง่าย ได้รับการขนานนามจากชาวเน็ตว่า เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เข้าถึงง่ายที่สุด