ทิวทัศน์ที่เคยเห็นในอดีต กลายเป็นกิจวัตร ประจำวันในปัจจุบัน
“แทนที่จะทำงานหนัก ชาวไถหนานกลับสอนผมว่า พอเพียงก็เพียงพอ” เจี่ยนหมงอิน (簡盟殷) เจ้าของร้าน “สือผิง” (33 ตารางเมตร) ยืนกล่าวอยู่หน้าร้านของตัวเอง
ไม่น่าเชื่อว่า เดิมทีชายหนุ่มผมยาวซึ่งมีรอยสักบนแขนผู้นี้เป็นชาวไทเป และมีอาชีพเป็นนายหน้าขายบ้านมานานกว่าสิบปี เขาเดินทางมาที่ไถหนานครั้งแรก เมื่ออายุ 38 ปี ก่อนจะมีวาสนาที่ทำให้ “ต้องมาที่นี่มากกว่า 20 ครั้งในหนึ่งปี”
เขากล้าที่จะเช่าบ้านหลังเก่าที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่พักของเขาระหว่างเดินทางมาเยือนไถหนาน และเริ่มแผนการย้ายถิ่นฐานของเขา สองปีต่อมา ร้านสือผิงซึ่งจำหน่ายเฉพาะชามข้าวญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ในซอย 158 ของถนนจงอี้ ตอนที่ 2 ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
เหตุผลที่ตั้งชื่อร้านว่า “สือผิง” ก็เพราะบ้านเก่าแก่หลังนี้ มีพื้นที่ 10 ผิง หรือ 33 ตารางเมตรพอดี โดยมีเพดานที่ถูกยกสูง ที่นี่เคยเป็นโรงงานยางของธุรกิจครอบครัว ซึ่งถูกทิ้งให้รกร้างมาเกือบ 40 ปี
แม้ว่าพื้นที่จะมีขนาดเล็ก แต่ก็สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่า “เล็กพริกขี้หนู” พื้นที่ของร้านถูกแบ่งเป็นสองชั้นด้วยชั้นลอย โดยที่ชั้น 2 เป็นส่วนของอ่างล่างจาน โซนปรุงอาหาร และตู้แช่เย็น บริเวณส่วนชั้นล่างมีเคาน์เตอร์สำหรับวางเขียง และโซนที่นั่งซึ่งมีเพียง 10 ที่นั่ง
ในพื้นที่ที่แคบจน “แค่หันตัวก็ชนกันแล้ว” และเคยทำให้เชฟที่มาสมัครงานถึงกับตกใจ “ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า พื้นที่เล็กขนาดนี้ สามารถทำอาหารเซตเต็มได้”
บรรยากาศที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และอาหารที่ปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน ทำให้ร้าน “สือผิง” มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 4 ปีหลังเปิดกิจการ แต่เจี่ยนหมงอิน เจ้าของร้าน ไม่ต้องการให้สือผิงเป็นร้านที่ลูกค้ามาเพียงครั้งเดียว เขายึดมั่นในแนวคิดที่จะให้บริการคนในท้องที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุและเด็กที่อาศัยอยู่ในย่านใกล้เคียง วิศวกรที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมหนานเคอ หรือแม้แต่เถ้าแก่ของร้านเก่าแก่ เช่น ร้านแป้งทอดเหลียนเต๋อถัง (連得堂煎餅) และร้านขายผ้าใบเหอเฉิง (合成帆布行) ต่างก็เป็นลูกค้าประจำของร้าน
เถ้าแก่เจี่ยนฯ ซึ่งชื่นชอบการพูดคุยและมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้าของร้านเก่าแก่ในพื้นที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยึดมั่นในหลักการและความใจกว้างของชาวไถหนาน ชีวิตของเขาจึงไม่รีบเร่ง หรือมุ่งหวังเพียงผลกำไรอีกต่อไป จากการซึมซับแนวคิดเหล่านี้ ทำให้เขาไม่เพียงมีความสุขกับการแบ่งปันกับลูกค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับช่วงเวลาส่วนตัว ที่ใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวในชีวิตประจำวันด้วย
“สิ่งที่ผมดีใจที่สุดคือ ทิวทัศน์ที่เคยอยู่ในสายตาผมเมื่อวันวาน ตอนนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผมแล้ว” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ขณะยืนอยู่หน้าร้าน ความรู้สึกพึงพอใจที่แสดงออกมานั้น เกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
_web.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
พื้นที่ 10 ผิง (ประมาณ 33 ตรม.) ในซากปรักหักพังรกร้าง ที่กลายมาเป็นร้านสือผิง คือจุดเริ่มต้นในการเดินทางไปสู่แดนใต้ เพื่อไล่ล่าตามความฝันของเจี่ยนหมงอิน

แม้ว่าเมนูของร้านสือผิงจะมีข้าวราด ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมเป็นหลัก แต่ทางร้านใส่ใจกับทุกรายละเอียด เช่น ในการหุงข้าว พ่อครัวจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการหุงแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามสภาพอากาศและความชื้นของแต่ละวัน