เปิดประวัติการสร้างสะพานซีหลัว กว่าจะสำเร็จต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย
สะพานซีหลัวเปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1953 ทว่ากว่าจะแล้วเสร็จ การก่อสร้างต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ สวี่ฟงหยวน (許峰源) นักวิจัยจากกองบริการจดหมายเหตุ กรมบริหารจดหมายเหตุ คณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติเล่าว่า แม้ทางรถไฟสายหลักของไต้หวันจะเปิดใช้งานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 และทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการคมนาคมเชื่อมเหนือใต้ในยุคอาณานิคมของญี่ปุ่น แต่ระบบทางหลวงกลับยังมีข้อจำกัดอย่างมาก เนื่องจากถนนสิ้นสุดที่บริเวณตอนล่างของแม่น้ำจั๋วสุ่ยซี นักธุรกิจและผู้สัญจรในยุคนั้น จึงต้องเลือกระหว่างการนั่งรถไฟ หรือใช้แพไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำ การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบากและไม่แน่นอน
ในยุคนั้น การสร้างสะพานยาวเกือบ 2 กิโลเมตรนับเป็นภารกิจที่ท้าทาย ทั้งด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง งบประมาณและการจัดหาวัสดุ ปี ค.ศ. 1937 สำนักงานผู้ว่าการไต้หวันจึงตัดสินใจเริ่มโครงการสะพานสัญจรข้ามแม่น้ำจั๋วสุ่ยซี และสามารถก่อสร้างเสาสะพานคอนกรีตแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1941 อย่างไรก็ตาม การปะทุของสงครามแปซิฟิกทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเหล็ก ประกอบกับผลกระทบจากสงครามกลางเมืองจีน และเหตุการณ์ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้โครงการต้องชะงักและล่าช้าเป็นเวลานาน
จนกระทั่งปี ค.ศ. 1950 เมื่อสงครามเกาหลีปะทุขึ้น สหรัฐอเมริกาตระหนักถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของไต้หวันในภูมิภาคเอเชีย ด้วยความพยายามของหลี่อิ้งถัง (李應鏜) กำนันตำบลซีหลัวในขณะนั้น ร่วมกับการประสานงานของหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่าย ไต้หวันจึงได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ทำให้การก่อสร้างสะพานซีหลัวสามารถเดินหน้าต่อจนแล้วเสร็จในปี
ค.ศ. 1953
สะพานซีหลัวมีความยาว 1,939 เมตร กว้าง 7.32 เมตร ออกแบบเป็นโครงสร้างวอร์เรนทรัส ใช้เสาคอนกรีตและโครงเหล็กเชื่อมต่อกันทั้งหมด 31 ช่วง ในสมัยนั้น สะพานแห่งนี้มีความยาวเป็นอันดับสองของโลก รองจากสะพานโกลเดนเกตในนครซานฟรานซิสโก และถือเป็นสะพานที่ยาวและยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกไกล
สะพานเชื่อมตำบลซีหลัว เมืองหยุนหลิน เข้ากับตำบลซีโจว (溪州鄉) เมืองจางฮั่ว โดยโครงเหล็กโค้งช่วงที่ 16 ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสองเมือง ภาพสัญลักษณ์ความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐจีนกับสหรัฐอเมริการ ที่หัวสะพาน รวมถึงธงชาติของไต้หวัน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ยังคงยืนหยัดเป็นพยานทางประวัติศาสตร์ของการก่อสร้างที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ก่อนจะบรรลุผลสำเร็จ
การเปิดใช้งานสะพานซีหลัวเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วไต้หวัน เหอเหม่ยหุ้ยกล่าวพร้อมเล่าว่า งานเฉลิมฉลองในครั้งนั้นจัดต่อเนื่องยาวนานถึง 3 วัน 3 คืน มีผู้คนเข้าร่วมกว่า 30,000 คน สะพานสามารถรองรับการสัญจรได้ทั้งรถบรรทุกและรถไฟขนาดเล็กหรือรถไฟรางแคบในคราวเดียวกัน นับเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจในยุคนั้น และยังกลายเป็นสถานที่ทัศนศึกษายอดนิยมของนักเรียนระดับประถมศึกษาอีกด้วย
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
หลี่โหย่วผิง (李友平) ผู้อำนวยการสำนักงานบริการแม่น้ำสาขา 4 กรมชลประทานได้พัฒนาพื้นที่ราบใกล้แม่น้ำจั๋วสุ่ยซีและบริเวณใต้สะพานซีหลัว ให้กลายเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมริมน้ำ (ภาพถ่ายโดย กัวเหม่ยอวี๋)
.jpg?w=1080&mode=crop&format=webp&quality=80)
สำนักงานบริหารแม่น้ำสาขา 4 ได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาภูมิทัศน์สีเขียวตลอดแนวพื้นที่ริมตลิ่งของแม่น้ำจั๋วสุ่ย รวมถึงบริเวณใต้สะพานซีหลัว (ภาพจากสำนักงานบริหารแม่น้ำสาขา 4 กรมชลประทาน)