สัมผัสอุณหภูมิ 22°C ตลอดปี
ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไต้หวันมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้การพัฒนาน้ำแร่เย็นซูอ้าวหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง จนกระทั่งทศวรรษที่ 1980–1990 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอุตสาหกรรมไร้ปล่องควัน เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เทศบาลเมืองอี๋หลานจึงเริ่มวางแผนสร้างสวนสาธารณะน้ำแร่เย็น ให้ประชาชนใช้ในการพักผ่อนหย่อนใจ จวงเหวินเซิงได้เล่าอย่างละเอียดถึงพัฒนาการของน้ำแร่เย็นซูอ้าว ปัจจุบัน เมื่อมาถึงซูอ้าว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกลงแช่ได้ทั้งบ่อน้ำแร่เย็นอาหลีสื่อ (阿里史冷泉) หรือ สวนสาธารณะน้ำแร่เย็นซูอ้าว ซึ่งเป็นของภาครัฐ หรือจะเลือกใช้บริการของบ่อน้ำแร่เย็นส่วนตัวในโรงแรมเอกชนรวมถึงโรงแรมที่มีการจัดอันดับดาวได้เช่นกัน
น้ำแร่เย็นอาหลีสื่อจัดอยู่ในประเภทน้ำแร่กำมะถันขาว เป็นโรงอาบน้ำสาธารณะที่ชาวบ้านในพื้นที่นิยมมาใช้บริการเป็นประจำ โดยมีบ่ออาบน้ำสาธารณะฟรีแบบแยกชาย-หญิง และมีบ่อแช่เท้าอยู่ด้านข้าง ซึ่งสามารถแช่เท้าเปล่าเพื่อสัมผัสความเย็นอันสดชื่นได้
ส่วนน้ำแร่เย็นในสวนสาธารณะน้ำแร่เย็นซูอ้าว จัดอยู่ในประเภทน้ำแร่กำมะถันแดง ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ คุณจางเสี้ยนรุ่ย (張獻瑞) ผู้จัดการของสวนน้ำแร่เย็นซูอ้าวกล่าวว่า ฤดูร้อนถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการแช่น้ำแร่เย็น นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวเทศกาลศิลปะและการละเล่นเด็กนานาชาติอี๋หลาน จะมาเยือนที่นี่กันทุกปี ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก
ถัดจากสวนสาธารณะน้ำแร่เย็นซูอ้าวคือ โรงแรมน้ำแร่เย็นจินหัว ที่หน้าทางเข้าของโรงแรมเขียนไว้อย่างเด่นชัดว่า มาแช่น้ำอัดลมกันเถอะ หลินตงป๋อ (林東柏) ผู้บริหารรุ่นที่สองอธิบายว่า เนื่องจากที่ตั้งของโรงแรมอยู่ใกล้กับต้นน้ำของน้ำแร่เย็น ทำให้เมื่อทางรัฐบาลมาตรวจคุณภาพน้ำ พบว่าในน้ำมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อิสระสูงถึง 2,000 มิลลิกรัมต่อลิตร เมื่อเราลองย่อตัวลงไปในบ่อน้ำแร่เย็นได้ไม่นาน ผิวก็ถูกปกคลุมด้วยฟองเล็ก ๆ เหมือนแช่อยู่ในน้ำอัดลมแบบไร้น้ำตาล ตอนแรกอาจรู้สึกเย็นจัด แต่เพียงไม่กี่นาทีร่างกายจะค่อย ๆ อุ่นขึ้น และเมื่อขึ้นจากบ่อแล้วผิวนุ่มลื่นอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นการสัมผัสประสบการณ์ที่ทั้งประหลาดและน่าทึ่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าของโรงแรมเตือนว่า การแช่น้ำแร่เย็นควรระวังเรื่องการระบายอากาศ และต้องระวังอย่าให้เกิดอาการสำลักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย
ประสบการณ์การแช่น้ำแร่เย็นนั้นแตกต่างจากการแช่น้ำพุร้อนอย่างสิ้นเชิง หลินตงป๋อเล่าว่า หากแช่น้ำแร่เย็นในฤดูร้อน ร่างกายจะคงความเย็นสดชื่นได้นานถึง 2–3 ชั่วโมง แม้จะอยู่กลางแดดก็ยังรู้สึกสบาย ส่วนในฤดูหนาว จะมีไอน้ำปกคลุมบริเวณผิวน้ำของน้ำแร่เย็น และแม้อากาศภายนอกจะมีอุณหภูมิเพียง 15 องศาเซียลเซียส การลงแช่น้ำแร่เย็นก็ยังถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง
ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศที่มีน้ำแร่เย็นไม่ได้มีเพียงไต้หวันและอิตาลีเท่านั้น ถ้าหากคุณมีโอกาสมาเยือนไต้หวัน โปรดอย่าพลาดการไปสัมผัสกับแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเหมาะสำหรับการไปเยือนทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน ที่พระเจ้าประทานมาให้แห่งนี้

เนื่องจากน้ำแร่เย็นซูอ้าวมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ละลายอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เมื่อแช่ตัวลงไปจะมีฟองอากาศปกคลุมไปทั่วผิวหนัง จึงถูกเปรียบว่าเหมือนกำลังแช่อยู่ในน้ำอัดลม (ภาพโดย เติ้งฮุ่ยฉุน)

ซูอ้าวมีฝนตกชุก ประกอบกับสภาพทางธรณีวิทยาที่มีหินปูนอยู่มาก จึงทำให้เกิดเป็นน้ำแร่เย็นซูอ้าว ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่พระเจ้าประทานมาให้