รถจักรไอน้ำโลดแล่นอีกครั้ง หลังปิดผนึก 43 ปี
รถไฟที่วิ่งไปมาบนรางรถไฟ ดุจตัวเอกของเส้นทางรถไฟสายป่าไม้แห่งอาลีซาน ที่ดึงดูดความสนใจจากสายตาผู้คนอย่างมาก โดยเฉพาะรถจักรไอน้ำที่พ่นควันขาวโขมง แม้จะเป็นเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยุค 1.0 ที่ใช้พลังงานจากถ่านหิน แต่เมื่อเทียบกับรถไฟสมัยใหม่ ที่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากแล้ว รถจักรไอน้ำกลับดูมีระบบการทำงานที่เรียบง่ายกว่ามาก
ขอเพียงได้รับการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม เครื่องยนต์เหล่านี้ก็ยังสามารถใช้งานได้ ตามโครงสร้างและกลไกเดิมต่อไป เมื่อก้าวเข้าสู่เขตอุทยานโรงรถไฟสายป่าไม้อาลีซาน รถจักรไอน้ำรุ่น Shay 21 ที่หวนกลับมาประจำการอย่างภาคภูมิอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 2024 จอดอยู่ในโรงเก็บรถจักรอย่างเงียบ ๆ รอคอยเวลาออกปฏิบัติหน้าที่ เดือนละหนึ่งครั้งในวันเสาร์
รถจักรไอน้ำหมายเลข 21 ที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1912 มีความสามารถในการวิ่งขึ้นทางลาดชันที่ยอดเยี่ยม เคยให้บริการบนเส้นทางรถไฟสายป่าไม้มานานกว่า 60 ปี ก่อนที่จะถูกนำไปจัดแสดงไว้ที่สวนสาธารณะเจียอี้ในปี ค.ศ. 1976 ถือเป็นการปิดผนึกเป็นเวลา 43 ปี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2019 กรมป่าไม้ได้ทุ่มงบประมาณ 22 ล้านเหรียญไต้หวัน ใช้เวลา 18 เดือนในการบูรณะ และ 9 เดือนในการทดสอบการเดินรถ จนในที่สุด รถจักรไอน้ำโบราณขบวนนี้ ก็กลับมาโลดแล่นบนรางรถไฟได้อย่างสง่างามอีกครั้ง
คุณกู่ถิงเหวยกล่าวว่า ในยุคปัจจุบันที่ยานพาหนะ พัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว การบูรณะรถไฟโบราณให้กลับมาวิ่งบนรางรถไฟได้อีกครั้ง ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ รถจักรไอน้ำบรรทุกอดีตแห่งการพัฒนาของเมืองเจียอี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งไม้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม หรือความทรงจำทางประวัติศาสตร์ ล้วนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้ง เกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดออกมา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภูเขาอาลีซาน ที่เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของไต้หวัน การมีขบวนรถจักรไอน้ำย้อนยุคสุดน่ารัก ซึ่งภายในตู้โดยสาร ที่แม้จะดูคับแคบแต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยเติมเต็มสีสันให้กับการเดินทางได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ถึงแม้การบูรณะจะไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากรถจักรไอน้ำหมายเลข 21 ถูกจอดทิ้งนานหลายปี จนเหล็กภายนอกของตู้รถไฟและชิ้นส่วนต่างๆ ขึ้นสนิม อีกทั้งการดำเนินการของรถไฟสายป่าไม้ ก็มีการเปลี่ยนหน่วยงานที่รับผิดชอบหลายครั้ง จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2018 จึงกลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ และบริหารจัดการโดยสำนักงานบริหารรถไฟสายป่าไม้ภูเขาอาลีซานและมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นในปีเดียวกัน
เนื่องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบมีการเปลี่ยนมือหลายครั้ง จึงทำให้เกิดช่องว่างทางเทคนิค ข้อมูลเอกสารต่าง ๆ และบุคลากร เกิดการสูญหายและขาดตอนอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งในปี ค.ศ. 1993 โรงงานซ่อมรถไฟเป่ยเหมินในเมืองเจียอี้ ยังประสบเหตุเพลิงไหม้ ส่งผลให้มรดกทางวัฒนธรรมล้ำค่าจำนวนมาก ถูกเปลวไฟแผดเผาจนวอดวาย
นายชิวชงเต๋อ (邱聰德) วิศวกรจากสำนักงานบริหารรถไฟสายป่าไม้ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมซ่อมบูรณะ เล่าย้อนกลับไปตอนที่ทีมงานเริ่มเข้ามาดูแลโครงงานนี้ใหม่ ๆ นอกจากต้องถอดชิ้นส่วนออกมาทีละชิ้นและผลิตขึ้นใหม่แล้ว การทำความเข้าใจต่อโครงสร้างและการทำงานจากการไหลเวียนของไอน้ำ ต่างก็เป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาจึงต้องอาศัยการเปรียบเทียบข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ พร้อมทั้งเดินทางไปขอคำแนะนำจากวิศวกรรุ่นเก่า ที่เคยทำงานกับการรถไฟสายป่าไม้หรือการรถไฟไต้หวันในอดีต ซึ่งต่างก็เป็นผู้สูงวัยที่มีอายุแปดสิบปีขึ้นไป ที่ยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หลังจากนั้น ทีมงานก็ได้นำเอาคำศัพท์เทคนิคภาษาญี่ปุ่น ที่วิศวกรรุ่นเก่าเหล่านี้เคยใช้ มาแปลเป็นภาษาจีนอีกครั้ง

คุณกู่ถิงเหวย ผู้เชี่ยวชาญด้านรถไฟระบุว่า การบูรณะรถจักรไอน้ำโบราณ
เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไต้หวัน และยังเป็นไฮไลต์ทางวัฒนธรรมด้านการท่องเที่ยว

รถจักรไอน้ำ Shay 21 มีกระบอกสูบตั้งตรง ที่สามารถมองเห็นได้จากด้านนอก กระบอกสูบที่เคลื่อนไหวขณะวิ่ง เป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง

การเปิดให้บริการตลอดสายของรถไฟสายป่าไม้ และการแปลงโฉมรถจักรไอน้ำ ล้วนมาจากความร่วมมือของกลุ่มคนตัวเล็ก ๆ ที่ทำงานร่วมกันอย่างแข็งขัน ในภาพคือเหล่าวิศวกรที่รับผิดชอบซ่อมบำรุงรถไฟ