นวัตกรรมแห่งหัตถศิลป์พื้นบ้าน

มินิทรัมเป็ตกับไม้ขนไก่ย่อส่วน
:::

2020 / กุมภาพันธ์

บทความ‧เจิงหลันสู รูปภาพ‧หลินหมินเซวียน คำแปล‧รุ่งรัตน์ แซ่หยาง


前人智慧結晶、巧妙技術製作的傳統工藝,是否因時代演變而悄悄式微?是否易被新的事物而取代?

賀聲樂器為了在台灣推廣銅管樂器,用創意研發迷你小號與喇叭造型的手機擴音器,藉此讓樂音擴散;設計師姜文中把傳統的雞毛撢子縮小,加上新意,成為上班族辦公桌上的清潔用品與療癒小物。兩者以創意與創新,守護工藝的價值,又賦予時代的新意,「縮小即是放大」,心思之妙、理致之精的工藝,在時間的流轉裡有新的演繹。


การตกผลึกจากภูมิปัญญาแห่งบรรพชน และความประณีตบรรจงในการสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิม มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย หรือถูกสิ่งใหม่ๆ มาทดแทนได้หรือไม่?

เพื่อเผยแพร่การเล่นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าทองเหลืองในไต้หวัน CarolBrass (Hoxon Gakki Corporation) จึงได้พัฒนาสินค้าเครื่องขยายเสียงสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ รูปทรัมเป็ตขนาดมินิและรูปลำโพงขึ้น เพื่อช่วยให้เสียงดนตรีกังวานมากขึ้น ส่วนเจียงเหวินจง (姜文中) นักออกแบบชื่อดัง ได้ลดขนาดของไม้ขนไก่แบบดั้งเดิมให้มีขนาดเล็กลง ก่อนจะใส่ความคิดสร้างสรรค์เข้าไป ทำให้มันกลายเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ใช้วางประดับบนโต๊ะทำงานได้ด้วย แถมยังช่วยสร้างความผ่อนคลายให้เหล่าพนักงานออฟฟิศไปในตัว ทั้งสองท่านนี้ต่างก็ได้นำเอาความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ๆ มาใช้ในการรักษาไว้ซึ่งคุณค่าของงานหัตถศิลป์ แต่ก็เข้ากันได้กับแนวคิดใหม่ของยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปได้เป็นอย่างดี ความเลิศล้ำของแนวคิดที่ว่า “การย่อคือการขยาย” แก่นแท้ของศิลปะอันชอบธรรม ต่างก็ได้รับนิยามใหม่ ภายใต้กระแสแห่งวันเวลาที่ผันผ่าน

 

ภาพยนตร์เรื่อง Brassed Off ได้เล่าถึงเรื่องราวของเหล่านักดนตรีสมัครเล่นชาวอังกฤษในวงดนตรีเครื่องเป่าทองเหลือง ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์แห่งชีวิตจากการที่เหมืองแร่กำลังจะปิดตัวลง ทำให้เกิดความรู้สึกว่าชีวิตอ้างว้างไร้จุดหมาย แต่เพราะการก้าวเข้ามาร่วมวงของมือคอร์เนตสาว (Cornet) ทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกว่ามีความหวังที่จะต่อสู้ต่อไปอีกครั้ง สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการบรรเลงเดี่ยว (โซโล่) ของนางเอกด้วยฟลูเกิลฮอร์นในบทเพลง Concierto de Aranjuez ที่สามารถถ่ายทอดท่วงทำนองอันซาบซึ้ง จนจุดประกายแห่งความหวังในการมีชีวิตต่อไปให้กับเหล่าสมาชิกในวง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกอดไม่ได้ที่จะค้นหาเสน่ห์แห่งความเร้นลับของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมทองเหลืองเหล่านี้

 

ประสบการณ์ครั้งแรกกับเครื่องเป่า

เมื่อเราไปถึงโรงงานเชิงท่องเที่ยวของ CarolBrass (卡羅爾銅管樂器觀光工廠) ในเขตนิคมอุตสาหกรรมต้าผูเหม่ย ที่ตั้งอยู่ในตำบลต้าหลินของเมืองเจียอี้ (嘉義縣大林鎮大埔美工業園區) เสียงแรกที่ได้ยินก็คือเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่ลอยล่องมาอย่างไม่ขาดสาย “ฮ่าๆๆๆ สนุกมากเลย” การได้ทดลองเป่าทรัมเป็ตเป็นครั้งแรก กับเสียงลมที่ถูกเป่าออกมาจากทรัมเป็ตเป็นครั้งแรกในชีวิต ทำให้เหล่าน้องๆ หนูๆ อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะดังลั่น อ.หวังม่านจู๋ (王曼筑) ซึ่งเป็นอาจารย์สอนทรัมเป็ต ได้ให้คำแนะนำว่า “ให้ทำปากเป็นรูปตัว M แล้วก็ทำเหมือนกับว่าเราห่อก้างปลาชิ้นหนึ่งไว้ที่ปลายลิ้น แล้วพ่นเจ้าก้างปลานี่ออกมาทำให้เกิดเป็นเสียง” ก่อนที่จะเป่าออกมาเป็นเสียงดนตรี ทำให้เด็กๆ ที่นั่งฟังอยู่ต่างก็ร้องอุทานออกมาด้วยความชื่นชมว่า “อู้หู...” หลังจากได้ลองฟังเสียงสูงๆ ของเครื่องเป่าทองเหลือง เสียงอันไพเราะสดใสสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ได้ยินเป็นอย่างดี

 

รุกตลาดโลกด้วยกลยุทธ์การผลิตตามความต้องการของลูกค้า

โรงงานเชิงท่องเที่ยวของ CarolBrass ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย Hoxon Gakki Corporation ซึ่งมีประสบการณ์ในการผลิตทรัมเป็ตมายาวนานกว่า 30 ปี ในช่วงระหว่างการเที่ยวชม ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวที่มีอายุ 50-60 ปีจำนวนไม่น้อย มีโอกาสได้เห็น ได้สัมผัส และได้ลองเป่าทรัมเป็ตเป็นครั้งแรก และเปิดโอกาสให้ได้ทำตามความฝันที่อยากเล่นดนตรีเมื่อครั้งยังเยาว์วัย แต่ไม่เคยกลายเป็นความจริง

คุณหลี่กั๋วอัน (Carl K.A. Lee) ก่อตั้งบริษัท Hoxon Gakki Corporation ขึ้นในปี 1989 เพื่อเป็นโรงงาน OEM ในการผลิตเครื่องเป่าทองเหลืองให้กับแบรนด์เครื่องดนตรีต่างชาติ ทั้งในส่วนของทรัมเป็ต คอร์เนต ทรอมโบน และฟลูเกิลฮอร์น ซึ่งแม้ว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์จะสามารถแข่งขันกับโรงงานใหญ่ๆ ได้ หากแต่ผลกำไรส่วนใหญ่กลับตกอยู่ในมือของพ่อค้าคนกลางเสียมากกว่า ในปีค.ศ.2002 หลี่กั๋วอันจึงตัดสินใจจะออกแบรนด์ของตัวเอง คือ Carol และออกตระเวนเข้าร่วมงานแสดงสินค้า เพื่อหาใบสั่งซื้อจากลูกค้าในที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง ก่อนจะมีการทำรีแบรนด์อีกครั้งในปี 2011 ให้กลายเป็น CarolBrass เพื่อวางตำแหน่งใหม่ในตลาด

Hoxon Gakki Corporation ได้วางกลยุทธ์ในการทำการตลาดด้วยการผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ทั้งในส่วนของวัสดุ เส้นผ่าศูนย์กลาง ตัวท่อ รวมไปจนถึงความหนาของปากลำโพง ให้เป็นไปตามความต้องการของนักดนตรีแต่ละราย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับโรงงานใหญ่ๆ ในตลาดโลก

ด้วยความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนสายการผลิต จึงสามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายด้วยปริมาณไม่มาก ทำให้ Hoxon Gakki Corporation เป็น 1 ในโรงงานผลิตเครื่องเป่าทองเหลืองของไต้หวัน ที่สามารถทำได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผลิตชิ้นส่วน ประกอบ ไปจนถึงการทำตลาดแบรนด์ อาทิ ทรัมเป็ต ซึ่งมีชิ้นส่วนประมาณ 100 กว่าชิ้น และมีขั้นตอนในการผลิตมากถึง 240 ขั้นตอน หากแต่วิศวกรผู้ออกแบบกลับสามารถกำหนดจุดเชื่อมต่อแต่ละจุดได้อย่างแม่นยำ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความไพเราะและสมดุลของระดับเสียงต่างๆ ที่ถูกเป่าออกมา

 

ขนาดเล็กลง แต่เสียงดนตรีกลับกังวานไปทั่ว

Hoxon Gakki Corporation ได้ส่งออกสินค้าที่ผลิตขึ้นไปยังกว่า 30 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งยังเคยรับคำสั่งซื้อจากประเทศเรอูนียงในทวีปแอฟริกา อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าเสียดายว่าจำนวนลูกค้าของบริษัทในไต้หวัน กลับมีสัดส่วนเพียงหลักหน่วยเท่านั้น ทำให้หลี่กั๋วอันตัดสินใจที่จะเปิดประตูโรงงานเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากในประเทศ ให้มีโอกาสได้สัมผัสกับเครื่องเป่าทองเหลืองมากขึ้น ก่อนจะนำเอาสิ่งที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการผลิตมากที่สุดคือ “หลอดฮอร์น” มาผลิตเป็นลำโพงสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมโรงงานมีสินค้าให้ซื้อติดมือกลับไป แม้จะไม่ได้ซื้อทรัมเป็ตก็ตาม

หลี่กั๋วอันใช้เวลาในการขบคิดไม่น้อยว่าจะทำอย่างไร เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เล่นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าในไต้หวันให้มากยิ่งขึ้น ก่อนจะตัดสินใจเริ่มจากการพยายามลดระดับอายุของผู้ที่จะเริ่มเรียนให้น้อยลง ในปีค.ศ.1989 Hoxon Gakki Corporation ได้พัฒนาทรัมเป็ตฉบับกระเป๋า ซึ่งมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของทรัมเป็ตโดยทั่วไป  สำหรับให้เหล่านักทรัมเป็ตมืออาชีพสามารถพกพาไปในที่ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการฝึกซ้อม ก่อนที่จะตัดสินใจย่อขนาดอีกครั้ง ด้วยการย่อส่วนทรัมเป็ตฉบับกระเป๋าให้กลายเป็นมินิทรัมเป็ต

หลี่กั๋วอันอธิบายว่า “หลักๆ ก็คือปรับเปลี่ยนการม้วนของท่อลมปรับเสียง และทำให้มีน้ำหนักเหลือเพียง 800 กรัม โดยมีขนาดเพียง 1 ใน 3 ของทรัมเป็ตทั่วไป” ซึ่งหลังผ่านการออกแบบ 3D ด้วยคอมพิวเตอร์ ก่อนจะทดลองผลิตและปรับเปลี่ยนซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ ครั้ง ในที่สุด มินิทรัมเป็ตก็ได้รับสิทธิบัตรจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป รวม 4 ประเทศ และด้วยความที่มีขนาดเล็กนี่เอง ทำให้อายุของเด็กที่เริ่มเรียนเป่าทรัมเป็ตขยับลงจากเดิม ที่ควรเป็นเด็กที่เรียนอยู่ชั้นประถม 3 หรือ 4 ลดลงมาเหลือเพียงเป็นเด็กที่เรียนในชั้นอนุบาล 2 ก็สามารถเริ่มเรียนได้แล้ว ซึ่งผลงานจากไอเดียแบบเล็กๆ ในการผลิตมินิทรัมเป็ต แตรเดี่ยวมินิ และลำโพงมินิของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้ Hoxon Gakki Corporation สามารถคว้ารางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์ OTOP ยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อนจากกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน (MOEA) เลยทีเดียว

 

ชุบชีวิตใหม่ให้แก่งานหัตถศิลป์พื้นบ้านด้วยการออกแบบ

อีกหนึ่งงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมที่ถูกชุบชีวิตด้วยการออกแบบ คือ “วั่งจ่ายจี หรือชุดไก่นำโชค (旺仔雞)” เป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ของเจียงเหวินจง ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Hands craft studio ได้นำสิ่งของในชีวิตประจำวันที่แทบจะถูกลืมไปแล้วอย่างไม้ขนไก่ มาเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดคีย์บอร์ด หรือทำเป็นแปรงปัดสำหรับเหล่าช่างไม้ จนทำให้มันกลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนอีกครั้ง สัมผัสอันนุ่มละมุนของขนไก่ จึงได้กลายมาเป็นของใช้ประจำโต๊ะทำงานของเหล่าพนักงานออฟฟิศที่สามารถช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานได้ด้วย

อ.เจียงเหวินจงเปิดเผยถึงสาเหตุที่เลือกเอาไม้ขนไก่มาใช้ในการออกแบบว่า เมื่อหลายปีก่อนขณะที่เดินชมนิทรรศการภาพถ่าย “ไต้หวันที่สวยที่สุดในความคิดของคุณ” ตนรู้สึกตะลึงเป็นอย่างมากต่อภาพถ่ายของ อ.เฉินจงลู่ (陳忠露) ซึ่งเป็นช่างทำไม้ขนไก่อาวุโสในตำบลผู่เหยียน เมืองจางฮั่ว (彰化埔鹽鄉) ที่ถ่ายภาพร่วมกับไม้ขนไก่ เพราะนี่ถือเป็นของใช้ที่แทบจะหายจากชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ทำให้นึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งยังเด็กที่ถูกอาม่า “ตี” ด้วยไม้ขนไก่ และเมื่อเจียงเหวินจงกำลังจะออกแบบผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ภาพของไม้ขนไก่จึงผุดขึ้นมาในสมอง

เจียงเหวินจงเริ่มการออกแบบด้วยการหาไม้ซึ่งมีลายและเส้นใยที่เหมาะสม ก่อนจะลงตัวที่ไม้บีชกับไม้สัก และเริ่มลงมือออกแบบด้ามจับใหม่ โดยให้ความสำคัญกับความเหมาะมือเวลาที่จับ พร้อมลดขนาดให้เล็กลง และเลือกใช้ขนจากบริเวณท้องของแม่ไก่มาใช้ในการสร้างสรรค์เป็นผลงานที่มีชื่อว่า “เสี่ยวจือจี (ไก่ตัวน้อย)” ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการทำความสะอาดหน้าจอและคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ อันถือเป็นการเพิ่มวิธีใช้งานแบบใหม่ให้กับไม้ขนไก่

เพื่อให้สะดวกต่อการจัดเก็บ เจียงเหวินจงจึงได้นำเอาเครื่องเซรามิกของอิงเกอ (鶯歌) มาผสมผสานกับไม้ขนไก่ พร้อมกับตั้งชื่อว่า “วั่งวั่งจี (ไก่นำโชค)” โดยตัวที่ถูกทาสีทองที่ปากจะถูกเรียกว่า “จินจุ่ยวั่งวั่งจี (ไก่นำโชคปากทอง)” และเมื่อนำมาเข้าชุดกับเสี่ยวจือจี ก็จะกลายเป็น “วั่งจ่ายจี” หรือ “ไคยุ่นจี” ซึ่งต่างก็หมายถึงไก่นำโชค การตั้งชื่ออย่างสร้างสรรค์ ถือเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับของใช้ในชีวิตประจำวันได้ไม่น้อย จนทำให้ในปีค.ศ.2018 เจ้าไก่นำโชค "ไคยุ่นจี" นี้ สามารถคว้ารางวัล Golden Pin Award ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุด ของวงการออกแบบของไต้หวันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ เจียงเหวินจงยังชักชวนให้ อ.เฉินจงลู่ ช่างทำไม้ขนไก่ของเมืองจางฮั่ว รับหน้าที่เป็นผู้ผลิตไม้ขนไก่ที่เขาเป็นคนออกแบบด้วย และในช่วงปีเศษที่ผ่านมา หลังจากที่ไม้ขนไก่ชุดนี้ ถูกนำไปวางจำหน่ายในร้านค้า ที่อยู่ใน Songshan Cultural & Creative Park และ Maji Food & Deli นั้น ก็สามารถช่วยให้ อ.เฉินจงลู่ ได้รับคำสั่งซื้อให้ผลิตไม้ขนไก่ มากถึง 4,000 กว่าด้ามด้วย

งานหัตถศิลป์พื้นบ้านได้กลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอีกครั้ง ผ่านการออกแบบด้วยความคิดสร้างสรรค์ เจียงเหวินจงกล่าวว่า “ผมยังมีความใฝ่ฝันในอนาคตอีกอย่างหนึ่ง คือการนำเอาองค์ประกอบและทรัพยากรแบบไต้หวันดั้งเดิม มาสร้างสรรค์ให้เป็นแบรนด์ด้านไลฟ์สไตล์ ที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความเป็นไต้หวัน ในรูปแบบเดียวกับ MUJI ของญี่ปุ่น”

การออกแบบสามารถสร้างชีวิตอันสดใสให้กับงานหัตถศิลป์พื้นบ้าน เช่นเดียวกับเสียงที่ถูกเป่าออกมาจากมินิทรัมเป็ต ซึ่งนำพาให้อุตสาหกรรมพื้นบ้านได้พบกับเส้นทางสายใหม่ รวมไปถึงวั่งจ่ายจีที่ช่วยเปิดท้องฟ้าอันสดใสแห่งฤดูใบไม้ผลิให้กับงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมอย่างไม้ขนไก่ด้วยเช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

近期文章

IN Tiếng Việt

Trompet Saku dan Kemoceng

Inovasi untuk Menghidupkan Kembali Kerajinan Tradisional

Artikel‧Esther Tseng Gambar‧Lin Min-hsuan Terjemahan‧Maidin Hindrawan

前人智慧結晶、巧妙技術製作的傳統工藝,是否因時代演變而悄悄式微?是否易被新的事物而取代?

賀聲樂器為了在台灣推廣銅管樂器,用創意研發迷你小號與喇叭造型的手機擴音器,藉此讓樂音擴散;設計師姜文中把傳統的雞毛撢子縮小,加上新意,成為上班族辦公桌上的清潔用品與療癒小物。兩者以創意與創新,守護工藝的價值,又賦予時代的新意,「縮小即是放大」,心思之妙、理致之精的工藝,在時間的流轉裡有新的演繹。


Apakah warisan kristalisasi kearifan dan keterampilan nenek moyang kita dalam bentuk kerajinan tradisional akan menjadi kedaluwarsa sehubungan dengan perubahan zaman? Sedemikian mudah kah mereka tergantikan oleh barang atau hal baru?

Dalam upaya mempromosikan instrumen musik tiup logam di Taiwan, Carol Brass (Hoxon Gakki Corporation) telah menunjukkan kreativitas luar biasa dalam mengembangkan dan memasarkan “Trompet saku mini” dan alat pengeras suara ponsel berbentuk trompet, yang selanjutnya berfungsi untuk memperluas jangkauan musik. Desainer Jiang Wen-zhong, mengecilkan ukuran kemoceng tradisional dan menambahkan inovasi untuk menciptakan produk pembersih, yang juga telah menjadi sarana terapeutik di atas meja tulis para profesional. Melalui kreativitas dan inovasi, keduanya berusaha melindungi nilai kerajinan tradisional, membubuhinya dengan kemodernan, kebaruan dan ketelitian, agar bisa mendapatkan peran baru dalam perkembangan zaman.

 

Dalam film Brassed Off, para anggota orkes tiup amatir di Inggris sedang menghadapi krisis kehidupan ketika pertambangan tempat kerja mereka ditutup. Semangat dan harapan hidup mereka bangkit kembali ketika seorang pemain cornet wanita bergabung dengan grup mereka. Film ini sangat mengharukan, khususnya saat wanita ini meniupkan solo flugelhorn “Concierto de Aranjuez,” menghidupkan kembali harapan para pemain dan mendorong penonton untuk merenungkan misteri instrumen musik tiup logam.

 

Pengalaman Perdana dengan Instrumen Musik Tiup Logam

Setibanya di Pabrik Pariwisata Carol Brass di Taman Perindustrian Dapumei, Chiayi, telinga seseorang segera dibanjiri oleh derai tawa anak-anak. “Ha ha ha! Menyenangkan sekali!” Ketika anak-anak meniup trompet dan mendengar suara hasil tiupannya untuk pertama kali, mereka pasti tertawa girang. Guru musik Wang Man-chu menginstruksikan, “Bentuk bibir seperti huruf M. Untuk membuat suara, bayangkan ada tulang ikan di ujung lidah, lantas tiuplah tulang ini keluar dari mulut.” Sang guru pun mengalunkan melodi dengan trompet, dan para muridnya terkesima dengan pengalaman dorongan semangat dari instrumen musik tiup logam.

 

Kustomisasi dan Pemasaran Global

Pabrik Pariwisata Carol Brass dibuka pada tahun 2015 oleh Hoxon Gakki Corporation, sebuah perusahaan mapan dengan pengalaman membuat trompet selama 30 tahun. Bagi pengunjung berusia lima puluhan dan enam puluhan tahun, memegang trompet dan untuk pertama kali membunyikan suaranya, adalah seperti mewujudkan impian musik yang tidak terpenuhi ketika masih kecil.

Pada tahun 1989, Carl K. Lee mendirikan Hoxon sebagai pabrik OEM yang memproduksi instrumen musik tiup logam seperti trompet, trombon, flugelhorn dan cornet, untuk produsen asing. Meskipun kualitas mereka setara dengan produsen besar, keuntungan sebagian besar diambil oleh agen perusahaan dagang. Pada tahun 2002, Lee memutuskan untuk membuat mereknya sendiri - Carol - dan secara langsung mengikuti pameran dagang untuk menerima pesanan. Tahun 2011, Carol Brass resmi didirikan untuk meredefinisi pasar.

Untuk bersaing dengan produsen internasional, Carol Brass mendorong strategi yang menekankan kustomisasi, memungkinkan pelanggan untuk membuat spesifikasi tentang bahan, mouthpiece, badan instrumen dan bahkan ketebalan dindingnya.

Dengan jalur produksi elastis yang memungkinkan produksi jumlah kecil dengan variasi yang besar, Carol Brass adalah salah satu dari beberapa pembuat instrumen musik di Taiwan yang menangani seluruh proses produksi, mulai dari pembuatan suku cadang, perakitan (assembling) hingga pemasaran. Sebuah trompet memiliki lebih dari 100 bagian, dan membutuhkan 240 proses standar. Melalui desain dan sambungan solder yang akurat, desainer dan insinyur dapat membuat instrumen musik dengan keselarasan nada yang stabil dan warna suara yang indah.

 

Mengecilkan Trompet, Memperkeras Suara

Carol Brass menjual produknya ke lebih dari 30 negara di seluruh dunia, termasuk Pulau Réunion di bawah kekuasaan Prancis di Samudra Hindia, tetapi selalu disesalkan bahwa jumlah pembeli di Taiwan tetap sangat rendah. Oleh karena itu, ia memutuskan untuk membuka pabrik pariwisata, memperkenalkan perusahaannnya kepada lebih banyak orang. Banyak konsumennya, kendati tidak membeli trompet, pulang dengan cenderamata yang terkait dengan instrumen musik.

Untuk meningkatkan jumlah pelajar instrumen musik tiup logam di Taiwan, Lee berpikir keras dan memutuskan untuk berusaha menurunkan usia pelajar alat musik ini. Pada tahun 1998, Carol Brass merilis trompet saku khusus untuk pemain profesional yang berukuran separuh dari trompet biasa, sehingga mudah bagi musisi untuk membawa instrumen musik untuk latihan bersama ketika bepergian, juga sangat cocok untuk pelajaran. Carol Brass kemudian memutuskan untuk memperkecil trompet lebih jauh menjadi “trompet saku mini”.

“Kendala utama adalah bagaimana mengubah jalan lingkaran tabung setem, dan kami berhasil meringankan beratnya menjadi 800 gram dan memperkecilnya menjadi hanya sekitar sepertiga dari ukuran terompet.” Lee menerangkan, mereka mulai dengan pemodelan 3D pada komputer, kemudian melakukan uji coba dan penyesuaian secara berulang-ulang. Kini, trompet saku mini telah dipatenkan di empat negara, termasuk Amerika Serikat dan Uni Eropa. Berkat pengecilan ukuran ini, anak-anak yang rata-rata mulai belajar trompet saat duduk di sekolah dasar kelas tiga atau empat, kini bisa mulai belajar di taman kanak-kanak tahun kedua.

Ukuran bukan kendala bagi pencapaian luar biasa. Trompet saku mini, cornet mini dan pengeras suara dari Carol Brass telah memenangkan penghargaan desain produk OTOP dari Kementerian Perekonomian (MOEA) selama tiga tahun berturut-turut, suatu prestasi yang menakjubkan.

 

Kembali Lahirnya Kerajinan Tua melalui Desain

Yang juga secara kreatif mencurahkan vitalitas baru pada kerajinan tradisional adalah Jiang Wen-zhong dengan kemoceng bulu ayamnya. Pendiri studio kerajinan Hands, Jiang mengambil alat pembersih rumah tangga yang sebagian besar terlupakan itu dan menghembuskan napas baru ke dalamnya dengan cara memperkecil ukuran dan mengubahnya menjadi alat untuk membersihkan keyboard di meja tulis serta perabotan kayu. Alat mini berbulu tebal ini bahkan menjadi benda terapeutik bagi banyak pegawai kantor.

Bertahun-tahun lalu, Jiang menghadiri suatu pameran fotografi dan terkesan oleh foto Chen Zhong-lu, pembuat kemoceng veteran di Desa Puyan, Changhua, bersama kemoceng produksinya. Pemandangan pembersih rumah tangga yang hampir punah ini membawa kembali kenangan masa kanak-kanak, ketika neneknya akan memukulinya dengan kemoceng. Kemudian, ketika Jiang mulai merencanakan untuk membuat produk budaya dan kreatif, kemoceng sekali lagi melayang ke pikirannya.

Jiang pertama-tama mencari kayu dengan pola dan tekstur yang sesuai. Ia akhirnya memilih kayu beech dan jati untuk mendesain ulang gagang kemoceng sehingga lebih nyaman digenggam. Kemudian ia mengecilkan ukurannya dan memilih unggas yang cocok dari bagian perut ayam untuk membuat “ayam” kecil. Cocok untuk membersihkan layar komputer dan keyboard, burung-burung kecil yang lembut ini telah memberikan kehidupan baru bagi produk kerajinan tua.

Untuk memudahkan penyimpanannya, Jiang mencocokkan “Lucky Chickens” ini dengan dudukan yang dibuat oleh pengrajin keramik di Yingge. Kemoceng yang dipadukan dengan dudukan yang menampilkan paruh berwarna emas dikenal sebagai “Gold Beaked Lucky Chickens.” Tahun 2018, produk kreatif Lucky Chickens dari Hands memenangkan Golden Pin Design Award.

Jiang membujuk Chen Zhong-lu untuk membuat kemoceng yang dirancangnya. Sekarang, belum genap dua tahun, Chen telah menerima pesanan untuk lebih dari 4.000 item, dijual di Songshan Cultural and Creative Park di Taipei dan di cabang Maji Food & Deli.

Berbicara tentang aplikasi desain untuk membawa kerajinan tradisional kembali ke kehidupan sehari-hari, Jiang berkata: “Impian jangka panjang saya adalah menyatukan kerajinan dan sumber daya tradisional Taiwan, dengan cara yang mirip dengan pengecer Jepang Muji, tetapi menampilkan produk yang mencerminkan gaya hidup unik Taiwan. ”

Memberikan hidup baru untuk kerajinan tradisional melalui desain, inilah makna dari arah baru yang diberikan oleh trompet saku mini dan kemoceng mini “Lucky Chickens”.

Đổi mới hàng thủ công mỹ nghệ truyền thống

Chiếc kèn trôm-pét mini và chổi lông gà thu nho

Bài viết‧Esther Tseng Ảnh‧Lin Min-hsuan Biên dịch‧Minh Ha

前人智慧結晶、巧妙技術製作的傳統工藝,是否因時代演變而悄悄式微?是否易被新的事物而取代?

賀聲樂器為了在台灣推廣銅管樂器,用創意研發迷你小號與喇叭造型的手機擴音器,藉此讓樂音擴散;設計師姜文中把傳統的雞毛撢子縮小,加上新意,成為上班族辦公桌上的清潔用品與療癒小物。兩者以創意與創新,守護工藝的價值,又賦予時代的新意,「縮小即是放大」,心思之妙、理致之精的工藝,在時間的流轉裡有新的演繹。


Ngành thủ công mỹ nghệ truyền thống được đúc kết từ những tinh hoa trí tuệ và từ kỹ thuật chế tác khéo léo của ông bà tổ tiên, phải chăng sẽ dần lụi tàn trước sự biến đổi của thời đại? Phải chăng sẽ dễ dàng bị thay thế bằng những sự vật mới?

Để quảng bá nhạc cụ kèn đồng tại Đài Loan, Công ty nhạc cụ Hạ Thanh (Hoxon Gakki Corporation) nảy ra ý tưởng nghiên cứu sáng tạo ra chiếc kèn trôm-pét mini và bộ khuếch đại âm thanh cho điện thoại di động có hình dáng chiếc loa, dùng để khuếch đại tiếng nhạc. Nhà thiết kế Khương Văn Trung (Jiang Wen Zhong) thu nhỏ kích thước của cây chổi lông gà truyền thống, đưa ý tưởng mới vào, biến nó thành vật dụng xinh xắn tạo sự thư giãn tâm hồn và làm sạch bàn làm việc cho nhân viên văn phòng. Từ cả hai trường hợp nhờ ý tưởng sáng tạo và sự đổi mới này, đã vừa gìn giữ giá trị cho thủ công mỹ nghệ, lại tạo được ý tưởng sáng tạo có tính thời đại, “thu nhỏ nhưng lại tạo sự phát triển to lớn hơn”. Nghề thủ công mỹ nghệ với sự suy nghĩ thấu đáo, sự tinh tế về đường nét đã tạo nên sự mới mẻ theo dòng chảy của thời gian.

 

Tình tiết một nhóm nhạc công thổi kèn đồng nghiệp dư ở nước Anh trong bộ phim “Brassed Off”, khi phải đối mặt với việc khu mỏ quặng sắp bị đóng cửa cũng như những sự thất vọng trong cuộc sống, nhờ sự gia nhập của một phụ nữ thổi kèn coonê, lại thắp lên niềm hy vọng và ý chí phấn đấu của họ, gây xúc động lòng người. Nhất là là bản độc tấu “Concierto de Aranjuez” bằng nhạc cụ flugelhorn của vai nữ chính, với giai điệu làm lay động tâm hồn, lại khơi dậy niềm hy vọng đối với cuộc sống của các thành viên đội kèn, khiến người ta muốn khám phá sự bí ẩn của nhạc cụ kèn đồng.

 

Trải nghiệm lần đầu với nhạc cụ kèn đồng

Đến với nhà máy kèn đồng CarolBrass phục vụ du lịch nằm tại Khu công nghiệp Đại Phố Mỹ (Dapumei), thị trấn Đại Lâm (Dalin), huyện Gia Nghĩa (Chiayi), vang lên bên tai lại là chuỗi tiếng cười ròn rã của các em nhỏ. “Ha, ha, ha! Hay quá, thích quá!” Lần đầu tiên được chơi thử kèn trôm-pét, thổi lên tiếng kèn đầu tiên trong đời mình, khiến các em không nhịn được cười. Giáo viên Trôm-pét Vương Mạn Trúc hướng dẫn các em: “Vận dụng khẩu hình chữ M, tựa như đang ngậm một mẩu xương cá trên đầu lưỡi vậy, nhổ xương cá ra để phát ra âm thanh”. Nói xong, cô giáo thổi lên một điệu nhạc, các em ở bên cạnh trầm trồ thốt lên tiếng “Ôi!....”, trải nghiệm những âm sắc cao vút, sắc nét của nhạc cụ kèn đồng, mang đến hiệu quả khích lệ cổ vũ tinh thần cho mọi người.

 

Thỏa mãn nhu cầu riêng của từng khách hàng, tiếp thị toàn cầu

Nhà máy kèn đồng CarolBrass phục vụ du lịch do Nhà máy nhạc cụ Hạ Thanh (có kinh nghiệm sản xuất kèn trôm-pét 30 năm) thành lập vào năm 2015. Trong quá trình tham quan nhà máy, nhiều khách du lịch ở độ tuổi 50-60 tuổi, lần đầu tiên trong đời được nhìn thấy và sờ vào chiếc kèn trôm-pét, âm thanh phát ra khi tập thổi nhiều lần, thỏa mãn ước mơ chơi nhạc mà hồi nhỏ chưa thực hiện được.

Năm 1989, ông Lý Quốc An (Carl K. A. Lee) sáng lập Công ty nhạc cụ Hạ Thanh, sản xuất vật liệu gốc cho các thương hiệu nước ngoài, bao gồm nhiều loại nhạc cụ kèn đồng như trôm-pét, trombones, flugelhorn và coonê v.v..., mặc dù chất lượng sản phẩm có thể sánh ngang các hãng lớn nhưng lợi nhuận từ sản xuất đều bị các công ty thương mại hớt tay trên. Năm 2002, ông Lý Quốc An quyết định tự sáng lập thương hiệu Carol, tự tham gia hội chợ triển lãm, nhận đơn đặt hàng, năm 2011 bắt đầu lấy thương hiệu CarolBrass, tái định vị thị trường.

Để cạnh tranh với các hãng lớn trên thế giới, nhạc cụ của Công ty Hạ Thanh chủ yếu nhắm vào chiến lược thỏa mãn nhu cầu riêng của từng khách hàng, từ vật liệu, đường kính miệng kèn, thân kèn cho tới độ dày mỏng bên trong vách ống dẫn của kèn đều có thể làm chính xác theo đúng yêu cầu riêng của mỗi một nhạc công.

Cũng nhờ vào sự linh hoạt của dây chuyền sản xuất, có thể sản xuất với số lượng ít nhưng đa dạng, Công ty nhạc cụ Hạ Thanh là một trong số ít những nhà máy sản xuất kèn đồng của Đài Loan có thể tự đảm đương mọi khâu, từ khâu sản xuất linh kiện, lắp ráp cho tới khâu tiếp thị thương hiệu. Lấy sản phẩm kèn trôm-pét làm ví dụ, nhạc cụ này có hơn 100 linh kiện, với quy trình sản xuất có 240 tiêu chuẩn, kỹ sư thiết kế phải thông qua thiết kế tinh vi và những điểm hàn nối chính xác để duy trì sự du dương êm ái của âm sắc và sự ổn định của âm chuẩn.

 

Thu nhỏ chiếc kèn trôm-pét, khuếch đại âm thanh

Công ty nhạc cụ Hạ Thanh đã bán sản phẩm nhạc cụ cho hơn 30 quốc gia trên thế giới, thậm chí từng nhận đơn đặt hàng từ hòn đảo Réunion thuộc châu Phi, là thuộc địa của Pháp tại Ấn Độ Dương, tuy nhiên có chút đáng tiếc, đó là tỷ lệ người tiêu dùng Đài Loan chỉ dừng lại ở con số dưới chục người. Vì vậy, ông Lý Quốc An mong muốn thông qua việc mở cửa nơi sản xuất để thu hút càng nhiều người tới tiếp xúc, gần gũi hơn nữa với nhạc cụ kèn đồng. Nhà máy đã dùng chuyên môn của mình là kỹ thuật sản xuất “kèn loa”, sản xuất ampli điện thoại di động, du khách đến tham quan nhà máy nếu không mua kèn trôm-pét, thì cũng có thể mua quà lưu niệm có liên quan đến nhạc cụ.

Để thu hút càng nhiều người Đài Loan học nhạc cụ kèn đồng, ông Lý Quốc An đã suy nghĩ rất kỹ và quyết định bắt đầu từ việc hạ thấp độ tuổi cho những người học thổi kèn đồng. Năm 1998, Công ty nhạc cụ Hạ Thanh đặc biệt sản xuất ra chiếc kèn trôm-pét bỏ túi kích cỡ chỉ bằng một nửa chiếc kèn trôm-pét thông thường dành riêng cho các nhạc công chơi kèn chuyên nghiệp để cho các nhạc công mang theo tập luyện khi đi công tác rất tiện lợi, đồng thời cũng thích hợp dùng trong việc giảng dạy. Vì thế, ông quyết định một lần nữa “biến việc nhỏ thành việc lớn”, biến kèn trôm-pét bỏ túi thành kèn trôm-pét mini.

“Chủ yếu là làm thay đổi cách uốn cong của ống kèn, tuy nhiên sẽ cho giảm nhẹ trọng lượng xuống còn 800 gram, có thể tích chỉ bằng 1/3 của chiếc kèn trôm-pét thường”. Ông Lý Quốc An giải thích, thông qua sự thiết kế mô phỏng 3D trên máy tính, sau đó làm thử, điều chỉnh rất nhiều lần, thậm chí chiếc kèn trôm-pét mini còn được cấp bằng sáng chế độc quyền của 4 quốc gia, trong đó có Mỹ và Liên minh châu Âu. Do thu nhỏ kích thước, đúng ra học sinh tiểu học phải đợi đến khi lên lớp 3, lớp 4 mới thích hợp thổi kèn trôm-pét nhưng bây giờ từ lớp mẫu giáo nhỡ là có thể bắt đầu học rồi.

“Tiểu binh lập đại công”, từ ý tưởng khởi đầu sáng tạo kèn trôm-pét mini, kèn quân sự mini và loa khiến cho Công ty nhạc cụ Hạ Thanh đã 3 năm liên tiếp đón nhận giải thưởng thiết kế sản phẩm OTOP của Ban Doanh nghiệp vừa và nhỏ của Bộ Kinh tế.

 

Thông qua thiết kế, tạo sức sống mới cho ngành thủ công mỹ nghệ truyền thống

Thông qua ý tưởng sáng tạo, tạo sức sống mới cho ngành thủ công mỹ nghệ truyền thống, còn có cây chổi lông gà mang tên “Wan-zai-ji” của anh Khương Văn Trung. “Cơ sở thủ công mỹ nghệ Hands” do anh Khương Văn Trung sáng lập đã biến cây chổi lông gà được sử dụng trong sinh hoạt thường nhật gần như bị quên lãng thành cây bàn chải lông rất hữu dụng, giúp làm sạch bàn phím hay đồ gỗ gia dụng, tái hiện trong sinh hoạt thường nhật, khi chạm vào có cảm giác mượt như nhung, trở thành vật dụng xinh xắn để trên bàn tạo sự thư giãn tâm hồn cho nhóm nhân viên văn phòng. Anh Khương Văn Trung tiết lộ về nguyên nhân tại sao lấy chổi lông gà làm nhân vật chính trong thiết kế là vì nhiều năm trước, tại hoạt động “Triển lãm Formosa: Hình ảnh Đài Loan đẹp nhất trong mắt bạn”, anh bị lay động bởi tấm ảnh nghệ nhân lành nghề cao tuổi Trần Trung Lộ (Chen Zhonglu) ở xã Phố Diêm (Puyuan), huyện Chương Hóa (Chang Hua) chụp cùng với cây chổi lông gà. Vật dụng sinh hoạt gần như sắp biến mất này khiến anh nhớ lại hồi nhỏ từng bị bà nội “đánh đòn” bằng chổi lông gà. Khi anh Khương Văn Trung muốn phát triển sản phẩm văn hóa sáng tạo, nguồn cảm hứng về chổi lông gà bỗng nhiên xuất hiện trong tâm trí của anh.

Anh Khương Văn Trung bắt đầu từ thiết kế, tìm kiếm những loại gỗ có đường vân và kết cấu thích hợp như gỗ sồi và gỗ tếch, thiết kế cán chổi lông gà và chú trọng đến cảm giác thoải mái khi cầm; đồng thời thu nhỏ kích thước, chọn phần lông bụng của gà mái để làm thành cây chổi lông “gà con”, có thể dùng chải sạch màn hình máy tính, bàn phím, tạo công dụng mới cho chổi lông gà.

Để tiện cất giữ, anh Khương Văn Trung kết hợp với đồ thủ công mỹ nghệ gốm sứ Oanh Ca (Yingge), làm ra chiếc bình cắm chổi lông gà, đặt tên là “Wan-wan-ji” (gà thịnh vượng); chạm khắc thêm chiếc mỏ màu vàng óng trở thành sản phẩm chổi lông gà mang tên “Wan-wan-ji mỏ vàng”, đi kèm với cây chổi lông “gà con” trở thành sản phẩm chổi lông gà “Wan-zai-ji” hay “chổi lông gà may mắn”. Với những tên gọi sáng tạo của sản phẩm đã khiến cho vật dụng sinh hoạt trở nên thú vị. Sản phẩm “chổi lông gà may mắn” còn được cấp chứng nhận giải thưởng Golden Pin Design Award năm 2018, là niềm vinh dự cao nhất trong ngành thiết kế Đài Loan. 

Anh Khương Văn Trung đã thuyết phục nghệ nhân lành nghề cao tuổi Trần Trung Lộ ở Chương Hóa làm gia công vật liệu gốc cho cây chổi lông gà do anh thiết kế. Sau hơn một năm, sản phẩm được bày bán tại các chi nhánh cửa hàng ở Công viên Văn hóa và Sáng tạo Tùng Sơn (Songshan Cultural and Creative Park), các chi nhánh cửa hàng của khu chợ Thần Nông (Maji Food & Deli) ở Đài Bắc, ít nhất cũng đem đến đơn đặt hàng với số lượng hơn 4.000 cây chổi lông gà cho vị nghệ nhân cao tuổi này.

Thông qua thiết kế, đưa hàng thủ công mỹ nghệ truyền thống trở lại với sinh hoạt thường nhật, anh Khương Văn Trung cho biết: “Tôi còn có một ước mơ lớn hơn, đó là kết hợp ngành nghề truyền thống và tài nguyên mang bản sắc riêng của Đài Loan, tạo ra một thương hiệu giống như Muji Nhật Bản, mang phong cách sống có nét riêng của Đài Loan.”

Thông qua thiết kế làm sống lại nghề thủ công mỹ nghệ truyền thống, tựa như chiếc kèn trôm-pét thổi nên hướng đi mới cho ngành nghề truyền thống; cây chổi lông gà “Wan-zai-ji” vẽ nên mùa xuân cho nghề làm chổi lông gà, nghề thủ công mỹ nghệ truyền thống.

X 使用【台灣光華雜誌】APP!
更快速更方便!