Repetisi,Mekanisme,Memori Kreasi eksperimental fotografi Li Hao

:::

2018 / Oktober

Artikel‧Shen Bo-yi Gambar‧Li Hao


攝影要如何逃逸出既有陳規並實驗性的運作?觀念攝影家李浩的作品不侷限於攝影紀錄現實的框架,而更多是大量實驗攝影的可能性。

在李浩的作品中,我們可以意識「重複」觀念的大量運用,不管是早期作品《重複的機制》或近期的實驗書《R. A./E./O. M.》都是關於公共空間或私人記憶中運作的重複機制。「重複」並非指重複的鞏固某些攝影風格,而更多是透過重複瓦解攝影的紀錄本質,進而敞開攝影跟其他領域共振的未知之域。


Bagaimana sebuah karya fotografi bisa keluar dari konsep konvensional agar beroperasi secara eksperimental? Fotografer konseptual Li Hao, karyanya tidak terbatas pada fotografi realisme, tapi lebih banyak berupa karya fotografi eksperimental. Melalui karya Li Hao, kita bisa merasakan pemakaian konsep "Repetisi" secara besar-besaran, baik karya di awal masa kariernya, "Mekanisme Repetitif" atau "R. A./E./O. M." kitab eksperimentalnya belakangan ini. Semua mengenai mekanisme repetitif yang beroperasi dalam memori individu atau ruangan publik. Pengartian "Repetisi" bukanlah pengulangan untuk memperkokoh gaya fotografi tertentu, melainkan repetisi ini telah membobol ciri khas pencatatan realisme dalam fotografi, dan menyeruak satu sisi misterius, perpaduan fotografi dengan ruang lingkup yang lain.

 

Konsep “Repetisi”

Pada umumnya, fotografi mencatat sesuatu yang riil di dunia ini, namun Li Hao membuat dobrakan terhadap pencitraan riil atas fotografi. Sebagian besar karyanya berupa kreasi fotografi, tetapi secara bersamaan mencurahkan konsep kesenian bidang lainnya. Kita bisa berhipotesis bahwa fotografi sebenarnya tidak mengandung prinsip dasar riilnya, melainkan terobosan suatu konsep mekanisme, yang bisa berpadu dengan ruang lingkup lainnya, dan tidak hanya terbatas pada sifat mencatat realisme itu sendiri.

Karya Li Hao lebih condong berkaitan dengan seni avant-garde seperti perilaku, suara dan video rekaman. Karyanya penuh dengan nuansa seni avant-garde yang tidak lazim bagi masyarakat umum, seperti repetisi, fragmentasi dan hal yang tak terduga. Pada hakekatnya, repetisi selalu menjadi konsep utama karya-karyanya, sejak mula karya awal “Mekanisme Repetitif” hingga kitab eksperimentalnya di masa sekarang “R. A./E./O. M.”, semua mengandung unsur repetisi di dalamnya.

“Mekanisme Repetitif”, Kerangka Repetitif Kehidupan Publik

Menilik kembali karya masa lalu Li Hao “Mekanisme Repetitif”, kita bisa merasakan banyak pajanan tajam dalam bidikan pemandangan jalan, mengisi pandangan mata kita penuh dengan formalisme keindahan seni repetisi dan ruang lingkup. Tetapi, “Mekanisme Repetitif” tidak hanya sekedar memamerkan formalisme seni saja, yang lebih ditekankan adalah proses pemotretannya. Ia pernah menyinggung bahwa kelakuannya seperti bekerja di kantor setiap hari, datang dalam setiap waktu yang sama, kembali ke tempat yang sama dan dengan pola sketsa gambar, membatasi dirinya hanya sekali jepret saja, dan jepretan berhari-hari ditumpuk dalam satu film negatif yang sama. Dengan kata lain, repetisi seperti ini lebih baik dikatakan sebagai proses penghayatan pribadi Li Hao, dibanding sebagai motif foto.

Sebagian besar gambar repetitif ini berkisar pada fasilitas umum hasil kapitalisme atau pasar konsumen, dan tindakan repetitif manusia di dalamnya. Selama ini manusia mengira dirinya mempunyai hak memilih kebebasan dalam kota, tetapi faktanya, setiap hari manusia secara apatis beroperasi dalam kerangka mekanisme ini, tanpa sadar berepetisi terus dalam ruang fasilitas umum yang telah diatur sebelumnya. Tetapi, Li Hao tidak sepihak menyindir kehidupan repetitif yang diatur oleh kapitalisme, ia lebih banyak menguak sistem mekanisme dalam kerangka ini, membuat penonton mengintrospeksi repetisi kehidupannya sendiri, dan akhirnya sadar untuk menciptakan suatu dobrakan baru.

“R. A./E./O. M.” , Memori yang Kabur dan Abstrak

Pola pemikiran repetitif tadi juga berkembang hingga karya berikutnya yaitu kitab eksperimen “R. A./E./O. M.”. Tetapi, kali ini tidak hanya repetisi mekanisme publik, melainkan pola mekanisme memori kita. Karyanya selain meliputi mekanisme repetitif yang berkaitan dengan ruang lingkup publik, Li Hao juga memakai banyak foto keluarga pribadi, diproses dengan penuh eksperimental.

Dalam “R. A./E./O. M.” kita bisa melihat Li Hao terus menerus mereproduksi foto keluarganya, ditumpuk berulang-ulang dalam bukunya (Foto akan memudar, dari penampakan yang jelas menjadi kabur). Selain itu, kita juga merasakan proses foto yang penuh abstrak. Tapi justru adanya pola abstrak dan pembobolan seperti ini, akan membuat foto terlepas dari batasan perekaman riil, membuat penontonnya menyadari bahwa foto-foto ini mengandung sifat peobjekannya, dan merasakan proses “Dari melihat foto rekaman fakta riil” berubah menjadi “Ia tengah melihat gambar sedang beratraksi.”

Li Hao berniat melarikan diri dari tata krama fotografi yang sudah ada, dan terlena dalam penggunaan konsep repetisi. “Mekanisme Repetitif” membawa kita merasuk dalam mekanisme ruang lingkup publik. Sedang dalam kitab eksperimental “R. A./E./O. M.”, ia telah meleburkan memori publik dan pribadi menjadi satu. Li Hao tidak menjadikan fotonya sebagai penyebar realisme, tapi malah menonjolkan kepribadian foto-fotonya, melalui oto-interaksinya secara besar-besaran, memainkan elemen-elemen seperti gerakan repetisi, pengaburan, penggoresan, perusakan dan fragmentasi. Melalui karyanya kita mulai menyadari perubahan kebiasaan lama dalam melihat foto, dan melihat adanya kemungkinan keragaman perbauran antara fotografi dan ruang lingkup lainnya.  

Artikel yang berkaitan

近期文章

ไทย Tiếng Việt

การซ้ำ. ระบบ.ความทรงจำ ผลงานแนวทดลองของ การถ่ายภาพแบบหลี่เฮ่า

บทความ‧สิ่นปั๋วอี้ รูปภาพ‧หลี่เฮ่า คำแปล‧รุ่งรัตน์ แซ่หยาง

攝影要如何逃逸出既有陳規並實驗性的運作?觀念攝影家李浩的作品不侷限於攝影紀錄現實的框架,而更多是大量實驗攝影的可能性。在李浩的作品中,我們可以意識「重複」觀念的大量運用,不管是早期作品《重複的機制》或近期的實驗書《R. A./E./O. M.》都是關於公共空間或私人記憶中運作的重複機制。「重複」並非指重複的鞏固某些攝影風格,而更多是透過重複瓦解攝影的紀錄本質,進而敞開攝影跟其他領域共振的未知之域。


การถ่ายภาพจะหลุดพ้นจากกรอบของรูปแบบเก่าๆ และยังดำเนินการในแนวทดสอบได้อย่างไร? ผลงานของหลี่เฮ่า ช่างภาพแนวคอนเซ็ปต์  ไม่เพียงแต่จะหลุดพ้นจากกรอบภาพถ่ายคือสื่อที่บันทึกความเป็นจริงเท่านั้น หากแต่ยังมีการทดลองนำภาพถ่ายมาสร้างความเปลี่ยนแปลงได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด ผลงานบางส่วนของหลี่เฮ่าทำให้เรารู้สึกได้ถึงลักษณะของการซ้ำที่ถูกนำมาใช้นับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในผลงานยุคแรกอย่าง Le MÈcanisme RÈpÈtitif มาจนถึงผลงานในหนังสืออัลบั้มภาพแนวทดลองในชุด "R. A./E./O. M." ต่างก็เป็นการพูดถึงรูปแบบของการซ้ำ ทั้งในพื้นที่สาธารณะหรือความทรงจำส่วนตัวของคนเรา การทำซ้ำที่ว่านี้ มิใช่หมายถึงความซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นเพื่อคงรูปแบบหรือสไตล์ในการถ่ายภาพในแบบใดแบบหนึ่ง หากแต่หมายถึงการทำซ้ำเพื่อทำลายกฎเกณฑ์ที่ตายตัวของการถ่ายภาพทิ้งไป และชักนำให้การถ่ายภาพสามารถผสมผสานกับเทคนิคหรือแนวคิดอื่น อันจะนำพาให้เราสามารถก้าวไปสู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่อาจรู้ได้ว่าจะออกมาเป็นรูปแบบใด

 

การโฟกัสแนวคิดแห่ง "การซ้ำ"

ปกติแล้ว การถ่ายภาพก็เหมือนกับเป็นการบันทึกความเป็นจริงของโลก หากแต่หลี่เฮ่ากลับทำลายกฎเกณฑ์ที่เราเข้าใจเกี่ยวกับการถ่ายภาพทั้งหมด แม้ว่าผลงานของเขาส่วนใหญ่จะเป็นการใช้กล้องถ่ายรูปในการสร้างสรรค์ก็ตาม หากแต่ยังสามารถนำเอาแนวคิดทางศิลปะด้านอื่นมาผสมผสานเข้าไปด้วย เราจึงพอจะสันนิษฐานได้ว่า จริงๆ แล้ว การถ่ายภาพไม่มีอะไรที่เป็นตัวของตัวเองเลย (เช่น การบันทึกความเป็นจริง เป็นต้น) "ตัวตนของการถ่ายภาพ" ถือเป็นเสมือนแนวคิดที่สามารถขยายออกไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด มันสามารถผสมผสานเข้ากับหลายๆ สิ่งที่ไม่จำกัดเฉพาะแค่การบันทึกเหตุการณ์อันเป็นคุณสมบัติจำเพาะของการถ่ายภาพเท่านั้น

ผลงานของหลี่เฮ่ามักจะมีความเกี่ยวพันกับพฤติกรรม เสียง และภาพเคลื่อนไหว ซึ่งถือเป็นศิลปะร่วมสมัยในระดับแนวหน้า ในผลงานของเขามักจะมีองค์ประกอบที่เราๆ ท่านๆ ไม่ค่อยจะคุ้นเคยอยู่มากมาย เช่น ลักษณะของการซ้ำ การแตกกระจาย และเต็มไปด้วยสิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ (สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเหมือนความรู้สึกที่ถูกชักจูงโดยศิลปะร่วมสมัย) แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า "การซ้ำ" ถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับงานของเขามาโดยตลอด ตั้งแต่ผลงานในยุคแรกอย่าง Le MÈcanisme RÈpÈtitif มาจนถึงผลงานชุด "R. A./E./O. M." ในหนังสืออัลบั้มภาพแบบทดลอง ต่างก็สามารถมองเห็นแนวคิดในแบบ "การซ้ำ" ที่ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง 

Le MÈcanisme RÈpÈtitif : กรอบแห่งการทำซ้ำในชีวิตประจำวัน

เมื่อเราย้อนกลับไปดูผลงานในช่วงต้นๆ ของหลี่เฮ่าอย่าง Le MÈcanisme RÈpÈtitif เราจะเห็นภาพซ้ำของถนนหนทางต่างๆ เป็นจำนวนมาก และความเป็นศิลปะอย่างเข้มข้นของภาพเหล่านั้น ก็เหมือนกับเป็นแรงกระทบที่เข้ามาสู่สายตาของเรา หากแต่ Le MÈcanisme RÈpÈtitif มิใช่เป็นเพียงสุนทรียศาสตร์เท่านั้น สิ่งสำคัญที่แอบแฝงอยู่คือ กระบวนการทางพฤติกรรมในการถ่ายภาพของเขา เขาเปรียบเปรยพฤติกรรมของเขาเฉกเช่นเดียวกับการตอกบัตรเข้าทำงาน "ทุกๆ วันจะต้องกลับไปยังสถานที่เดิมในเวลาเดียวกัน และถ่ายภาพโดยใช้องค์ประกอบแบบเดิม โดยต้องบังคับตัวเองให้กดชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อสะสมภาพลักษณะเดียวกันไปเรื่อยๆ" จึงอาจมองในอีกมุมหนึ่งได้ว่า ภาพถ่ายเหล่านี้ไม่ใช่รูปแบบของการบันทึกภาพซ้ำ หากแต่มันคือกระบวนการที่หลี่เฮ่าสัมผัสกับบรรยากาศจริงๆ ในสถานที่นั้นๆ ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ภาพที่ปรากฏในลักษณะของการซ้ำเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานหรือตามตลาดต่างๆ ในระบบทุนนิยม และผู้ที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ก็มักจะมีพฤติกรรมที่ทำอะไรเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เสมอ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เรามักจะคิดไปเองว่าการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ของเรานั้น เรามีอำนาจตัดสินใจอะไรได้ด้วยตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ต่างก็เป็นอะไรที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองและอยู่ในกรอบของระบบต่างๆ และทำอะไรซ้ำไปซ้ำมาในที่สาธารณะต่างๆ ที่ถูกกำหนดไว้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ดี ผลงานของหลี่เฮ่าไม่เพียงแต่จะเป็นการเสียดสีชีวิตประจำวันที่ต้องทำอะไรซ้ำๆ ภายใต้กลไกของระบบทุนนิยมเท่านั้น หากแต่เขายังเปิดโปงความเป็นไปของระบบต่างๆ ภายในกรอบเหล่านี้ด้วย จนทำให้ผู้ที่ได้ชมผลงานของเขา อดไม่ได้ที่จะย้อนกลับมาดูชีวิตประจำวันที่มักทำอะไรซ้ำๆ อยู่ตลอดเวลา รวมถึงอาจมีบางคนที่จะหาหนทางในการทำอะไรใหม่ๆ เพื่อพาตัวเองให้หลุดจากการทำอะไรซ้ำๆ อย่างที่เป็นอยู่ด้วย

"R. A./E./O. M." : ความเลือนรางแห่งความทรงจำ กับความเป็นนามธรรม

หลี่เฮ่าได้ต่อยอดแนวคิดเกี่ยวกับการทำซ้ำที่ได้กล่าวถึงข้างต้น มาถ่ายทอดลงในผลงานล่าสุดของเขาที่เป็นอัลบั้มภาพแนวทดลองมีชื่อว่า "R. A./E./O. M." แต่ในครั้งนี้ สิ่งที่หลี่เฮ่าพูดถึงมิใช่เพียงการซ้ำของระบบสาธารณะเท่านั้น หากแต่เป็นการกล่าวถึง "รูปแบบกระบวนการทำงานของความทรงจำ" ผลงานที่ถูกตีพิมพ์ ไม่เพียงแต่จะครอบคลุมถึงผลงานชุด Le MÈcanisme RÈpÈtitif ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่สาธารณะ โดยในครั้งนี้ หลี่เฮ่าได้นำเอาภาพถ่ายส่วนตัวครอบครัวของเขามาใช้ด้วย โดยนำแนวคิดที่อยากจะทดลองทำ เอามาใส่ในผลงานเหล่านี้

ในงานชุด "R. A./E./O. M." ที่นำเอาความเป็นส่วนตัวของตัวเองมาตีแผ่ต่อสาธารณชนนั้น เราจะได้เห็นหลี่เฮ่านำเอาภาพถ่ายของคนในครอบครัวของตัวเองมาพิมพ์ซ้ำๆ กัน และวางซ้อนเข้าด้วยกัน (ภาพถ่ายจะค่อยๆ เปลี่ยนจากชัดเจนกลายเป็นเลือนรางลงเรื่อยๆ) นอกจากนี้ เรายังสามารถรับรู้ได้ถึงการลดทอนรายละเอียดของภาพถ่ายเชิงนามธรรมเหล่านี้ เทคนิคที่นำมาใช้ในการปรับแต่งและการทำภาพแนวนามธรรม ทำให้ภาพถ่ายถูกเบี่ยงเบนจากการเป็นสื่อที่บันทึกความเป็นจริงไป ทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ว่าภาพถ่ายเหล่านี้ ไม่ใช่อะไรที่ตายตัวเสมอไป และส่งผลให้ผู้ที่ได้ชมจะค่อยๆ เปลี่ยนความรู้สึกที่ว่า กำลังชมภาพที่บันทึกเรื่องราวตามความเป็นจริง ไปสู่ความรู้สึกว่า "กำลังชมการแสดงความเปลี่ยนแปลงของภาพถ่าย"

หลี่เฮ่าได้พยายามที่จะสลัดพ้นจากกรอบของกฎเกณฑ์ การถ่ายภาพเป็นการบันทึกความเป็นจริง โดยนำเอาแนวคิดการทำซ้ำมาใช้ Le MÈcanisme RÈpÈtitif เป็นผลงานที่นำพาให้เราเข้าสู่กลไกระเบียบแห่งสาธารณะในชีวิตประจำวันของผู้คน ส่วนผลงานใน "R. A./E./O. M." เป็นการผสมผสานความทรงจำปัจเจกชนกับความเป็นส่วนรวม หลี่เฮ่ามิได้ใช้ภาพถ่ายเป็นสื่อบันทึกความจริงเท่านั้น หากแต่ยังคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับภาพถ่ายเหล่านี้ด้วย โดยการนำตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วม รวมถึงการ "เล่น" กับสิ่งที่มีอยู่ในภาพถ่ายเหล่านั้น (เช่น การทำกิริยาท่าทางซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง ทำให้ภาพเลือนราง ขีดข่วน ทำลาย ให้แตกกระจาย เป็นต้น) และพวกเราก็สามารถก้าวข้ามกรอบของการชมภาพถ่ายในแบบเดิมๆ หรืออาจสามารถพัฒนาไปสู่การนำเอาภาพถ่ายไปผสมผสานกับเทคนิค หรือแนวคิดอื่นๆ จนกลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีความหลากหลาย ผ่านทางผลงานของเขาได้เช่นกัน  

      

 

 

Lặp lại, cơ chế, ký ức Sáng tác thử nghiệm của nhiếp ảnh gia Lihao

Bài viết‧Shen Bo-yi Ảnh‧Li Hao Biên dịch‧Hải Ly

攝影要如何逃逸出既有陳規並實驗性的運作?觀念攝影家李浩的作品不侷限於攝影紀錄現實的框架,而更多是大量實驗攝影的可能性。在李浩的作品中,我們可以意識「重複」觀念的大量運用,不管是早期作品《重複的機制》或近期的實驗書《R. A./E./O. M.》都是關於公共空間或私人記憶中運作的重複機制。「重複」並非指重複的鞏固某些攝影風格,而更多是透過重複瓦解攝影的紀錄本質,進而敞開攝影跟其他領域共振的未知之域。


Nhiếp ảnh làm thế nào để thoát ra khỏi quy tắc lối mòn lâu năm và sự thao tác mang tính thử nghiệm? Tác phẩm của nhiếp ảnh gia khái niệm Li Hao (Lý Hạo) không bị bó buộc trong khuôn khổ chụp ảnh chỉ để ghi chép lại hiện thực, mà hơn thế đó là sự thử nghiệm rất nhiều những khả năng của nhiếp ảnh. Trong các tác phẩm của Li Hao, chúng ta có thể sẽ nhận thấy sự vận dụng rộng rãi khái niệm “lặp lại”, bất kể là “cơ chế lặp lại” của các tác phẩm giai đoạn đầu hay sách thử nghiệm “R.A/E./O.M” của giai đoạn gần đây, đều là cơ chế lặp lại trong không gian công cộng hoặc trong ký ức riêng của con người. “Lặp lại” không phải chỉ là củng cố lặp lại một số phong cách nhiếp ảnh nào đó, mà hơn thế là thông qua việc mổ xẻ lặp đi lặp lặp lại bản chất ghi chép của nhiếp ảnh, qua đó mở ra những miền cộng hưởng chưa biết đến giữa nhiếp ảnh với các lĩnh vực khác.

 

Mối quan tâm của khái niệm “lặp lại”

Thông thường mà nói, nhiếp ảnh luôn ghi chép lại hiện thực cuộc sống, tuy nhiên Li Hao lại mổ xẻ những sự tưởng tượng vốn có của con người được tái hiện từ hiện thực nhiếp ảnh, mặc dù đa số tác phẩm của ông là những tác phẩm nhiếp ảnh sáng tác, nhưng cùng lúc lại đưa vào những phong trào khái niệm nghệ thuật khác. Chúng ta có thể đưa ra giả thiết như sau, trong nhiếp ảnh chưa từng có bản chất riêng (như sự ghi chép hiện thực...), “bản thân nhiếp ảnh” là khái niệm khai triển ở trạng thái động, nó có thể kết hợp với các lĩnh vực khác, mà không nhất thiết chỉ bó hẹp bởi đặc tính ghi chép của chính nó.

Cũng có nhiều tác phẩm của Li Hao có liên quan đến các nghệ thuật Avant Garde (trường phái mang tính tiên phong) như hành vi, tiếng nói, hình ảnh v…v…..Trong tác phẩm của ông có rất nhiều những yếu tố lạ lẫm với chúng ta như sự lặp lại, sự vỡ vụn, và sự không thể dự báo được rất mạnh mẽ (đó đều là những cảm nhận kỳ diệu do nghệ thuật Avant Garde tạo ra). Nói một cách tổng quát, “lặp lại” luôn luôn là yếu tố chủ chốt trong tác phẩm của ông, từ “cơ chế lặp lại” thời kỳ đầu cho tới tác phẩm sách thử nghiệm “R.A/E./O.M” hiện tại, đều có thể thấy được khái niệm “lặp lại” liên tục xuất hiện. 

“Cơ chế lặp lại”: Khuôn khổ lặp lại của sinh hoạt công cộng thường nhật

Quay trở lại với “cơ chế lặp lại” trong các tác phẩm thời kỳ đầu của Li Hao, chúng ta có thể thấy được rất nhiều cảnh đường phố được chụp phơi sáng nhiều lần, sự trùng lặp và không gian có hình thức mỹ thuật mạnh mẽ cũng không ngừng tác động tới tầm mắt của chúng ta. Nhưng “cơ chế lặp lại” lại không chỉ là sự thể hiện của hình thức mỹ thuật, mà quan trọng hơn cả là “quá trình hành vi” mà ông chụp những bức ảnh này. Ông có đề cập tới hành vi của bản thân cũng giống như dập thẻ khi đến chỗ làm, “Mỗi ngày đều vào cùng một khoảng thời gian, quay về cùng một vị trí và bằng một kiểu bố cục giống nhau, hạn chế bản thân chỉ bấm nút chụp một lần, và mỗi ngày đều tích lũy trên cùng một tấm phim. Nói một cách khác, những sự lặp lại này nếu nói là hình thức của tấm ảnh, thì chi bằng nói rằng đó là quá trình Li Hao thực tiễn hóa bằng cơ thể của chính mình.

Ngoài ra, những hình ảnh lặp lại này, đại bộ phận là có liên quan đến cơ sở hạ tầng hoặc thị trường tiêu dùng do chủ nghĩa tư bản quy hoạch, và những động tác quán tính mà con người liên tục lặp đi lặp lại trong đó. Từ lâu nay, chúng ta đều cho rằng bản thân mình có sự chọn lựa tự chủ trong thành phố nơi chúng ta đang ở; nhưng trên thực tế mỗi ngày chúng ta đều phải phối hợp một cách bị động với khuôn khổ vận hành của cơ chế này, chúng ta không ngừng lặp đi lặp lại một cách vô thức trong không gian công cộng “đã được quy hoạch xong” này. Tuy nhiên, Li Hao không phê phán một cách phiến diện cuộc sống thường nhật bị lặp đi lặp lại bởi sự quy hoạch của chủ nghĩa tư bản, mà hơn thế ông đã “phơi bày” cơ chế vận hành của khuôn khổ này, để người xem ngẫm nghĩ cuộc sống thường nhật lặp đi lặp lại của bản thân, qua đó chủ động sáng tạo khả năng mới hoàn toàn khác biệt.

“R.A/E./O.M” : Sự mơ hồ và trừu tượng của ký ức

Tư duy trùng lặp nêu trên cũng được mở rộng ra tới cuốn sách thử nghiệm “R.A/E./O.M” tiếp theo của ông. Song lần này không chỉ liên quan đến sự lặp lại của cơ chế công cộng, mà còn là “mô hình vận hành ký ức” của con người. Trong tác phẩm này ngoài “cơ chế lặp lại” có liên quan đến không gian công cộng trước đây, Li Hao sử dụng rất nhiều những bức ảnh của gia đình mình, đồng thời thao tác những bức ảnh bằng cách có tính thử nghiệm.

Trong mạch tư duy cá nhân của cuốn “R.A/E./O.M”, chúng ta có thể thấy Li Hao liên tục nhiều lần cho in lại những bức ảnh gia đình mình, và xếp chồng lên nhau trong cuốn sách (Những bức ảnh cũng được sắp xếp từ rõ đến mờ). Ngoài ra, chúng ta cũng có thể cảm nhận được quá trình trừu tượng hóa rất mạnh mẽ của những “bức ảnh”. Và chính kiểu trừu tượng và cách mổ xẻ như vậy cũng khiến những bức ảnh thoát ly khỏi quy tắc “ghi chép hiện thực”, giúp người xem ý thức được “tính vật chất” của bản thân những bức ảnh đó, đồng thời khiến người xem chuyển hóa quá trình “họ đang xem hiện thực của những hình ảnh được ghi chép lại” thành quá trình “họ đang xem cuộc biểu diễn của chính hình ảnh”.

Li Hao tìm cách thoát ra khỏi quy tắc lối mòn của hiện thực được ghi chép lại bằng hình ảnh, và tập trung vào việc khởi động khái niệm “lặp lại”. “Cơ chế lặp lại” dẫn dắt chúng ta đến với cơ chế quy tắc của không gian công cộng thường nhật; và trong cuốn sách thử nghiệm “R.A/E/O.M”, thì đã kết hợp không gian công cộng với ký ức riêng của con người. Li Hao không lấy những bức ảnh làm công cụ để truyền tải hiện thực, mà chủ yếu chú ý đến sự phô diễn của bản thân các bức ảnh, thông qua “sự can thiệp của bản thân”, ông đã “đùa nghịch” những tư liệu ảnh (lặp đi lặp lại rất nhiều động tác, làm mờ, bôi cạo, làm hỏng, làm rách nứt, v.v...). Và trong các tác phẩm của ông, chúng ta cũng ý thức được sự mổ xẻ thói quen quan sát tác phẩm nhiếp ảnh, qua đó mở ra khả năng đa dạng bởi sự cộng hưởng giữa nhiếp ảnh và các lĩnh vực khác.  

X 使用【台灣光華雜誌】APP!
更快速更方便!